สปสช.วอนสังคมอย่าหลงเชื่อข้อมูลเท็จ อ้างทุจริตในองค์กร ดำเนินคดีผู้สร้างความเสียหายแล้ว

3.05.16 | 13:06 น.
นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ, พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ โฆษกสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กล่าวถึงกรณี พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา ในนามสหพันธ์ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขแห่งประเทศไทย (สผพท.) ได้ทำหนังสือเปิดผนึกถึงกรรมการสรรหาเลขาธิการ สปสช. มีข้อกล่าวหาให้ร้าย นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ รองเลขาธิการ สปสช.ว่า ลุแก่อำนาจด้วยการแต่งตั้งคณะทำงานที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) มีมติให้ยกเลิกแล้วกลับมาทำงานอีก เพียงแต่เปลี่ยนชื่อจากคณะกรรมการเป็นคณะทำงานเท่านั้น ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ มีเจตนามุ่งร้ายหวังผลต่อการสมัครเลขาธิการ สปสช.คนใหม่ เนื่องจากคำสั่งแต่งตั้งที่ดำเนินการในอำนาจของรักษาการเลขาธิการ สปสช.นั้น ทำตามมติบอร์ด สปสช.ทุกประการ สืบเนื่องจากในการประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2559 กรรมการท่านหนึ่งขอหารือที่ประชุมเรื่องการออกคำสั่ง สปสช.ที่ 17/2559 ลงวันที่ 22 มกราคม 2559 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบการจ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และเพื่อให้ยุติในประเด็นดังกล่าวบอร์ด สปสช.จึงมีมติให้ สปสช.ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวนี้ โดยให้ สปสช.ดำเนินการจัดทำเป็นคำสั่งแต่งตั้งภายในเพื่อสนับสนุนงานตามอำนาจหน้าที่ของเลขาธิการ

“ต่อมาในการประชุมบอร์ด เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2559 มีการนำเรื่องนี้ขึ้นหารืออีกครั้ง และมติบอร์ด สปสช.ในวันนั้นสรุปยืนยันเห็นชอบว่า สำนักงานได้ยกเลิกการออกคำสั่ง สปสช.ที่ 17/2559 ลงวันที่ 22 มกราคม 2559 แล้ว และได้จัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเป็นการภายในเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ของเลขาธิการ และไม่จำเป็นต้องมีการสอบสวนข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งนี้ เป็นไปตามมติคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2559 วันที่ 7 มีนาคม 2559 แล้ว” โฆษกสปสช.กล่าว

ทพ.อรรถพร กล่าวอีกว่า ยังมีการกล่าวหาว่าไม่สุจริตในการจัดซื้อน้ำยาล้างไต โดยมีการแสวงหาประโยชน์จากการจัดซื้อดังกล่าว ซึ่งเมื่อวันที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้ทำหนังสือถึง กรรมการสรรหาเลขาธิการ สปสช.เรื่อง ข้อเท็จจริงโครงการน้ำยาล้างไต ว่า เนื่องจากประเทศไทยได้กำหนดให้การล้างไตผ่านช่องท้องหรือ CAPD เป็นบริการแรกสำหรับการทดแทนไตที่ให้กับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายทุกรายที่ไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์ เนื่องจากการล้างไตช่องท้องด้วยน้ำยาล้างไต CAPD นั้น ผู้ป่วยสามารถทำได้ด้วยตนเองที่บ้าน จึงทำให้ประหยัดเวลาในการเดินทาง ประหยัดค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยเองหรือญาติที่ไม่ต้องพามา รพ.และเมื่อ สปสช.เข้ามาดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว ได้มอบให้ อภ.เป็นผู้จัดหาและส่งน้ำยาล้างไตทางช่องท้องถึงบ้านผู้ป่วยและหน่วยบริการตั้งแต่ปี 2551 โดยมีการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยร้อยละ 15-20 ต่อปี จากข้อมูลปี 2558 มีผู้ป่วยล้างไตช่องท้องในระบบ 18,615 ราย

“สำหรับแหล่งจัดซื้อน้ำยาล้างไตนั้น อภ.จัดซื้อจาก 2 บริษัทและได้ต่อรองราคาจากบริษัทผู้จำหน่าย ได้ราคาถุงละ 113- 115 บาท อภ.ขายให้กับ สปสช.รวมค่าบริหารจัดการ ค่าจัดเก็บสำรองและค่าขนส่งถึงบ้านของผู้ป่วยที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ในราคาเฉลี่ยถุงละ 128-130 บาท จากราคาจำหน่ายในประเทศทั่วไปถุงละ 150-170 บาท และเมื่อเทียบกับราคาขายที่ทั้ง 2 บริษัทนี้ขายในประเทศมาเลเซียถุงละ 171 บาท ขายในประเทศฟิลิปปินส์ถุงละ 175 บาท และขายในประเทศสิงคโปร์ถุงละ 325 บาท จะพบว่าราคาที่ขายในประเทศไทยเป็นราคาที่ขายต่ำสุด ในหนังสือดังกล่าว อภ.ยังระบุว่าการขายน้ำยาล้างไต CAPD ให้กับ สปสช.ในราคานี้ เป็นราคาที่ อภ.ดำเนินการตามพันธกิจเพื่อสังคมโดยไม่หวังผลกำไรตอบแทน ซึ่งการดำเนินการตามพันธกิจครั้งนี้ อภ.ไม่มีงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมภาครัฐให้แก่ สปสช.เลย” ทพ.อรรถพร กล่าวและว่า ขอชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องให้สังคมได้รับทราบกัน ก่อนที่จะมีการขยายข้อมูลเท็จและสร้างความเสียหายไปมากกว่านี้ โดยขณะนี้ได้ดำเนินคดีกับผู้เสียหายแล้ว