เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 27 พฤศจิกายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.ท.สิงห์ไชย บานไชยสิทธิ์ รอง ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.ภูมิทัศน์ ปิติจิระนน สว.กก.3 บก.ป. ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายธนเดช หรือวรโชติ แพงไพรี อายุ 54 ปี ชาวจ.ชลบุรี และ นางพนัชกร วงศ์ประทุม อายุ 45 ปี ชาวจ.ขอนแก่น ตามหมายจับศาลอาญา 1504-1505 ลงวันที่ 3 ก.ค.2560 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยจับกุมนายธนเดช ได้ที่ลานจอดรถปั้มนำมัน ปตท.ริมถนนประเสิรฐมนูญกิจ แขวงจระเข้บัว เขตลาดพร้าว จับกุมนางพนัชกร ได้ที่บริเวณป้ายรถประจำทางหน้าบิ๊กซี สาขาถนนลำลูกกา ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี
พ.ต.อ.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มผู้เสียหายซึ่งเป็นประชาชนในพื้นที่ภาคอีสานหลายจังหวัดว่าถูกนายธนเดช กับ นางพัชกร สองสามีภรรยา ซึ่งอ้างว่าเป็นตัวแทนจำหน่ายซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือหลายเครือข่าย หลอกให้นำเงินมาร่วมลงทุนจำหน่ายซิมเบอร์สวย โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนจากเงินปันผลค่อนข้างสูง ทั้งแบบรายวันและราย 15 วัน แต่มีข้อแม้ว่าเงินลงทุนเริ่มต้นของแต่ละคนจะต้องไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท พร้อมกับมีการเช่าโรงแรมจัดงานสัมมนาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยช่วงแรกผู้ต้องหาจะทำทีจ่ายเงินปันผลให้จริง เพื่อหลอกให้เหยื่อตายใจมาร่วมลงทุนเพิ่มขึ้น จากนั้นจึงจะเริ่มออกลายไม่ยอมจ่ายเงินปันผลดังกล่าวโดยอ้างว่าธุรกิจติดปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินก่อนจะขาดหายการติดต่อไปในที่สุด ที่ผ่านมามีผู้หลงเชื่อถูกหลอกจำนวน 128 คน บางรายสูญเงินจากการลงทุนตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักแสนบาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 23 ล้านบาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนได้หลบหนีมาทำงานขับรถแท็กซี่สาธารณะในพื้นที่ กทม.และ จ.ปทุมธานี จึงนำกำลังเข้าทำการจับกุมตัวได้ดังกล่าว
พ.ต.อ.จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่า จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันเปิดโรงแรมจัดงานสัมมนาเชิญชวนผู้เสียหายให้นำเงินมาร่วมลงทุนจริง เพื่อต้องการหาเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยช่วงแรกจะเป็นการนำเงินของสมาชิกใหม่มาหมุนเวียนจ่ายเป็นเงินปันผลให้กับสมาชิกเก่า แต่ต่อมาเมื่อสมาชิกเริ่มมีเยอะขึ้นผู้ต้องหาทั้งสองคนกลับเริ่มหมุนเงินจ่ายเงินปันผลไม่ทันจนทำให้เกิดปัญหา ประกอบกับทั้งผู้ต้องหาทั้งสองคนนั้นได้เลิกรากันไปจึงแบ่งเงินแล้วแยกย้ายกันหลบหนี กระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาทั้ง 2 คนนี้ยังพบว่ามีหมายจับในคดีลักษณะเดียวกันนี้ติดตัวอยู่คนละ 9 หมายจับอีกด้วย เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

