ตร.พาผู้บาดเจ็บชี้ตัวกลุ่มโจ๋ ต้องสงสัยก่อเหตุใช้ปืนจี้ขึ้นรถเก๋ง นำตัวไปรุมซ้อม

27.11.18 | 21:51 น.

จากกรณีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 5-7 คน เข้าไปข่มขู่ชายวัยรุ่น 2 คน ภายในหมู่บ้านเอื้ออาทรสายไหม ก่อนจะใช้อาวุธปืนจี้บังคับให้ขึ้นรถเก๋ง ไปทำร้ายร่างกาย บริเวณถนนเลียบวงแหวนตะวันออก(หนองระแหง) ก่อนจะกลับมาส่งที่บ้านเอื้ออาทรสายไหมอีกครั้ง และหลบหนีไป


เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 27 พฤศจิกายน นางนรินทร์ แสงโชติ อายุ 39 ปี แม่ของ นายทินกร แสงโชติ อายุ 18 ปี หนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่ร่วมกันก่อเหตุทำร้ายร่างกาย นายธนภัทร สุขขัง หรือ ฟิล์ม อายุ 20 ปี และ นายวรพัฒน์ เหมชะญาติ หรือ คาส อายุ 24 ปี กล่าวว่า ลูกชายเคยอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเอื้ออาทรสายไหม แต่มีผู้มีอิทธิพลในหมู่บ้านคอยบอกให้ทุกคนต้องเคารพนายมอต ซึ่งเป็นหัวโจกในหมู่บ้าน แต่ลูกชายไม่ยอมจึงถูกสั่งห้ามเข้าหมู่บ้าน กระทั่งลูกชายไปอยู่กับกลุ่มที่เป็นอริกับนายมอต จึงได้เกิดปัญหากันมาตลอด โดยฝ่ายนายมอตจะเข้ามาหาเรื่องก่อนเสมอ และกลุ่มนายมอตมักจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งตนไม่ได้พบลูกชายมาประมาณ 1 ปี แล้ว แต่ลูกชายจะส่งเงินมาให้ใช้เสมอ

นางนรินทร์ กล่าวต่อว่าสำหรับเรื่องอาวุธปืนเชื่อว่าฝั่งลูกชายไม่มีอาวุธ และในวันเกิดเหตุ ลูกชายตั้งใจเดินทางนำเงินมาให้ตนเพื่อซื้อเค้กวันเกิดให้น้อง โดยมากับเพื่อน แต่มาเจอกับคู่กรณีและเกิดการกระทบกระทั่งกัน ก่อนจะพากันขึ้นรถกลับไป โดยลูกชายเผยว่าไม่ได้ไปมีเรื่องทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด

ด้านนางสมหมาย ดำขำ อายุ 53 ปี บุลคลที่ให้ที่พักอาศัยกลุ่มผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า สืบเนื่องจากที่ผ่านมากลุ่มผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปพักอาศัยตามบ้านต่างๆประมาณ 4-5 เดือน จากนั้นก็มาพักอาศัยที่บ้านของตนประมาณปีกว่า อยากจะบอกว่าที่ออกข่าวไปก่อนหน้านี่ไม่เป็นความจริง ซึ่งจริงๆแล้วฝ่ายผู้บาดเจ็บเป็นคนไปกระทำความเดือดร้อนให้ผู้อื่นก่อนทุกครั้ง และสาเหตุหลักที่ทั้ง 2 ฝ่ายมีปัญหากัน เนื่องจากฝ่ายคนเจ็บเคยบังคับให้ขายใบกระท่อม และทำร้ายร่างกาย ก่อนจะข่มขู่ หากกลับบ้านโดนทำร้ายร่างกายแน่

Advertisement

“ครั้งแรกที่ตนเห็นเด็กกลุ่มนี้ยอมรับว่าสงสาร เนื่องจากนอนอยู่ในบ้านร้าง จึงสอบถามว่าทำไมไม่กลับบ้าน ถึงทราบว่าเด็กพวกนี้กลับบ้านที่อยู่ในเอื้ออาทรสายไหมไม่ได้ เพราะถูกรุ่นใหญ่ หรือคนมีอำนาจในหมู่บ้านขู่ไว้ ตนจึงให้มาพักอาศัยอยู่ที่บ้าน เพราะเด็กพวกนี้ขยันทำมาหากิน และเคยบอกกับตนว่าให้ทำอะไรก็ได้ ขอแค่มีข้าวกิน นอกจากนี้คนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เคยมาเอาตัวฝั่งผู้ที่ก่อเหตุไปทำร้ายร่างกาย แต่ไม่มีใครกล้าแจ้งความ จึงมีเรื่องกันตลอด จริงๆแล้วผู้ก่อเหตุและผู้บาดเจ็บมีปัญหากันส่วนตัว ไม่ได้เป็นตามที่ข่าวนำเสนอก่อนหน้านี้เลย” นางสมหมาย กล่าว

ด้านนางสาวฉัตรณภา จรูญทรัพย์ อายุ 18 ปี บุคคลที่นั่งในรถกระบะตามไปจุดเกิดเหตุ กล่าวว่าตอนนั้นตนตามไปยังถนนเลียบวงแหวนตะวันออก(หนองระแหง) เห็นว่า 1 ในผู้ก่อเหตุเข้าไปกอดกับผู้บาดเจ็บ และร้องไห้ พร้อมกับพูดว่า ผมไม่ได้ตั้งใจ เพราะผมไม่ได้เข้าบ้าน พี่ต้องเข้าใจผมนะ ผมคิดถึงพ่อ คิดถึงแม่ ขณะเดียวกันฝ่ายคนเจ็บตอบกลับว่าพี่ก็รักเอ็งนะ และร้องไห้กอดกัน ซึ่งต่างฝ่ายก็ต่างพูดคุยกันด้วยดี คิดว่าไม่มีอะไรแล้ว

ด้านเจ้าของรถกระบะ(ไม่ขอเผยชื่อและนามสกุล) ที่ขับตามรถเก๋งไปยังถนนเลียบวงแหวนตะวันออก(หนองระแหง) กล่าวว่าความจริงแล้วตนจะตามไปห้ามน้อง(ฝั่งผู้ก่อเหตุ) และไม่ได้ไปกัน 10 คน จริงๆแล้วมีแค่ตน เพื่อนสาว และเพื่อนชายอีก 3 คน และนายกิตติพรรดิ์ ทองยืน หรือ เอ็กซ์ อายุ 21 ปี หนึ่งในผู้ต้องสงสัย โดยตั้งใจจะไปห้าม และที่สำคัญไม่มีปืน หากมีฝั่งคนเจ็บคงอยู่โรงพยาบาลแล้ว คงไม่ได้มาพูดอย่างนี้

ต่อมาเวลา 19.45 น. ทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายคาส ผู้บาดเจ็บ มาชี้ตัวนายปรัชญา เจษฎางกูล อายุ 20 ปี หนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวก่อนหน้านี้ ที่บริเวณห้องชี้ตัวของสน.สายไหม โดยใช้กระดาษปิดกั้นไม่ให้สื่อมวลชนเก็บภาพ จากนั้นเวลา 19.55 น. นายจิราชัย มาสะอาด หรือ จิ อายุ 19 ปี นายกิตติพรรดิ์ ทองยืน หรือ เอ็กซ์ อายุ 21 ปี นายทินกร แสงโชติ หรือ แบงค์ อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ต้องสงสัย เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อลงจากรถยนต์ก็วิ่งเข้าห้องสืบสวนทันที โดยไม่หยุดให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด