สาวทำนมร้อง ปคบ.หลังคลินิกย่านเมืองเอกปัดรับผิดชอบ ส่อพิรุธได้หมอไม่ตรงตามนัด ทนายเชื่อทำเป็นขบวนการ นายหน้ามีส่วนแบ่งลูกค้า
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 28 พฤศจิกายน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม พา น.ส.เอฟ และ น.ส.ซี (นามสมมุติ) ผู้เสียหายที่ทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกจากคลินิกแห่งหนึ่งย่านเมืองเอก จ.ปทุมธานี เข้าพบ พ.ต.อ.ไพฑูรย์ พูลสวัสดิ์ หัวหน้าพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. และ พ.ต.ท.สง่า เอี่ยมงาม รอง ผกก.(สอบสวน) กก.4 บก.ปคบ. พร้อมนำเอกสารหลักฐานมายื่นเพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับแพทย์รวมถึงเจ้าของคลินิก หลังปฏิเสธที่จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลแก่ผู้เสียหาย และมีการโฆษณาที่เกินจริง
นายรณรงค์กล่าวว่า คลินิกดังกล่าวมีการโฆษณาผ่านเฟซบุ๊กและอ้างว่าเป็นสาขาเดียวกันกับคลินิกชื่อดังย่านลาดพร้าว ซึ่งมีผู้เสียหายหลายรายเข้ามาร้องเรียนโดยให้ข้อมูลที่ระบุตรงกันว่าหมอที่ดำเนินการผ่าตัด ไม่ใช่บุคคลเดียวกันกับที่โฆษณาไว้ นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียหายให้ข้อมูลอีกว่าคลินิกดังกล่าวมีลักษณะการกระทำที่เป็นขบวนการนายหน้าชักชวนลูกค้ามาทำศัลยกรรม
น.ส.เอฟกล่าวว่า ได้เห็นโฆษณาจากคลินิกดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีรีวิวจากลูกค้าหลายราย ประกอบกับแพทย์หญิงเป็นผู้ดำเนินการจึงเกิดความสนใจ ก่อนจะเริ่มไปทำศัลยกรรมเมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยวางเงินมัดจำไว้จำนวน 2 หมื่นบาท จากราคาเกือบ 40,000 บาท ซึ่งได้นัดไว้กับหมอหญิงคนดังกล่าวตามที่โฆษณา แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลาผ่าตัดกลับเป็นหมอชาย จึงรู้สึกเอะใจและสอบถามกับพนักงานว่าผิดคิวหรือไม่ ซึ่งได้คำตอบมาว่า หมอหญิงดังกล่าวได้ย้ายไปประจำสาขาอื่นแล้ว หากจะเปลี่ยนต้องเพิ่มเงินอีกเท่าตัว และเมื่อขอเงินคืนก็ถูกปฏิเสธ
น.ส.เอฟกล่าวต่อมา เมื่อทำศัลยกรรมเสร็จสิ้นตนก็รู้สึกเจ็บหน้าอก ก่อนจะมีเลือดและน้ำหนองไหล เมื่อติดต่อกลับไปยังคลินิก ก็ได้คำตอบว่าเป็นเรื่องปกติที่จะมีเลือดเสียไหลออกมา ต้องรักษาด้วยการกดซิลิโคน แต่ยังไม่หายดีจึงต้องไปรักษาต่อเองยังโรงพยาบาลรัฐ โดยคลินิกปฏิเสธที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่าย จึงตัดสินใจมาร้องเรียนเพื่อเอาผิดให้ถึงที่สุด
น.ส.ซี ผู้เสียหายอีกรายจาก จ.ชลบุรี กล่าวว่า สำหรับค่าเสียหายและค่าทำศัลยกรรมของตนนั้นเบ็ดเสร็จรวมแล้วเกือบ 4 หมื่นบาท โดยระยะแรกหลังผ่าตัดยังไม่มีอาการผิดปกติ แต่เมื่อตัดไหมแล้วเกิดเลือดไหลไม่หยุด และมีหนองตามมา โดยตนต้องกลับไปรักษายังคลินิกเดิมเนื่องจากที่อื่นไม่รับรักษาอาการในลักษณะดังกล่าว ซึ่งหมอได้ทำการรักษาด้วยการถอดล้างซิลิโคนเดิมและใส่กลับเข้าไป ซึ่งปัจจุบันหน้าอกมีขนาดไม่เท่ากัน ทั้งนี้ ขอเตือนให้สาวๆ ที่คิดจะทำศัลยกรรมตรวจสอบข้อมูลความถูกต้องของคลินิกต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นกับตัวเอง
พ.ต.อ.ไพฑูรย์กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น คาดว่าความผิดในขณะนี้เข้าข่ายการโฆษณาที่เกินจริง ก่อนทำการเข้าตรวจค้นสถานประกอบการว่าปลอดเชื้อตามมาตรฐานหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบความถูกต้องของใบประกอบวิชาชีพแพทย์ ใบอนุญาตเครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ ว่าถูกต้องและหรือไม่ สำหรับความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องนั้น จะประสานไปยังกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี เพื่อทำการเข้าตรวจสอบต่อไป

