เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีความคืบหน้าการตรวจสอบข้อร้องเรียน กรณีพฤติกรรมไม่เหมาะสมของพระพรหมสุธี หรือ เสนาะ ปญฺญาวชิโร อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เกี่ยวกับการใช้งบประมาณแผ่นดิน ที่ใช้ในพิธีพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ หรือ เกี่ยว อุปเสโณ อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช จำนวน 67 ล้านบาท ว่า เรื่องดังกล่าวมีการร้องเรียนมาตั้งแต่ปี 2558 โดยมีผู้ร้องเรียนมา 3-4 ประเด็น กรณีร่ำรวยผิดปกติ ซึ่งดีเอสไอตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่าอยู่ในอำนาจของมหาเถรสมาคม (มส.) และสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ดีเอสไอจึงส่งเรื่องไปให้ทั้งสองหน่วยงานดำเนินการตรวจพฤติการณ์ต่อไป
พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ ดีเอสไอ กล่าวว่า เมื่อปี 2558 ดีเอสไอได้รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มองค์กรเครือข่ายภาคประชาชนพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใสการใช้งบประมาณของพิธีพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ 67 ล้านบาท หลังจากรับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว ดีเอสไอได้สอบพยานบุคคลพร้อมทั้งรวบรวมเอกสารบางส่วน อีกทั้งยังทราบว่าผู้ร้องเรียนได้มีการยื่นร้องเรียนไปยังหน่วยงานอื่นหลายหน่วยงาน เช่น พศ. และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)
พ.ต.ต.วรณัน กล่าวต่อว่า จากพยานหลักฐานที่ดีเอสไอตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าในส่วนของคดีอาญาไม่พบความผิดในประเด็นการใช้งบประมาณ 67 ล้านบาท ในพิธีพระราชทานเพลิงศพ จึงไม่ได้รับเป็นคดีพิเศษ เพียงแต่รับเรื่องเข้ามาเพื่อที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง ดังนั้น เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพฤติกรรมของสงฆ์ จึงส่งเรื่องให้พศ. ไปดำเนินการตามพ.ร.บ.สงฆ์ต่อไป เนื่องจากดีเอสไอพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของดีเอสไอ

