เมื่อเวลา 15.00น. วันที่ 29 พฤศจิกายน ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง บนถนนประชาอุทิศ แขวงและเขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. พร้อมด้วย พ.ต.ท.พรพรหม จักษุรักษ์ ,พ.ต.ท.อานันท์จักร์ กนกนพวัชร์ รอง ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. พ.ต.ต.จักรกริช เวียงสมุทร สว.งานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ บก.สปพ. ร่วมกันแถลงผลจับกุม นายสมพล ทับศรี อายุ 27 ปี และ น.ส.ภภัสสร บุญเดช อายุ 29 ปี สองผู้ต้องหาผลิตยางกัญชาสกัด โดยมีช่องทางจำหน่ายผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ จับกุมได้ที่ บ้านพักไม่มีเลขที่ ถ.ประชาอุทิศ ต.บ้านคลองสวน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ซึ่งซุกซ่อนยาเสพติดไว้ ก่อนขยายผลเข้าตรวจค้น บ้านพักเลขที่ 70/178 หมู่ 6 ซ.ประชาอุทิศ 113 สถานที่ผลิตยางกัญชาในเวลาต่อมา พบของกลางเป็นกัญชาอัดแท่ง 27 แท่ง น้ำหนักรวม 26 กิโลกรัม ยางกัญชา 7 ตลับ/ถุง 23 กรัม อุปกรณ์สำหรับสกัดกัญชาพร้อมเอทิลแอลกอฮอล์ พร้อมกันนี้ได้ตรวจยึดทรัพย์สินเป็นรถยนต์เก๋งจำนวน 2 คัน และ รถจักรยานยนต์อีก 1 คัน มูลค่ารวม 5 แสนบาท
พ.ต.อ.สมบูรณ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนงานสายตรวจ 2 พบผู้ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดผ่านเฟซบุ๊กด้วยการไลฟ์สด ประเภทกัญชาแห้งและยางกัญชา โดยจัดส่งสินค้าผ่านทางไปรษณีย์ จึงได้วางแผนจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา ซึ่งผู้ต้องหาสารภาพว่า ได้เลียนแบบการแปรรูปสกัดกัญชามาจากเว็บไซต์ต่างประเทศ ด้วยการผสมสารเคมีและเคี่ยวจนกัญชาแห้งเป็นยางเหนียว โดยอ้างว่าเป็นการเพิ่มมูลค่า และเพิ่มโอกาสในการเสพ นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบประวัติของนายสมพล ยังพบว่าเคยถูกดำเนินคดีข้อหาชิงทรัพย์ เมื่อปี 2555 และครอบครองยาเสพติดประเภท 5 (พืชกระท่อม) เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงแจ้งข้อหา”ร่วมกันผลิตยาเสพติดประเภท5 (ยางกัญชาสกัด) และร่วมกันมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย” พร้อมทำการยึดทรัพย์ และดำเนินการติดตามขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องต่อไป
นายสมพล กล่าวว่า ได้ลงมือผลิตและจำหน่ายยางกัญชามาเป็นเวลา 1 ปีแล้ว โดยสั่งซื้อผ่านผู้ขายและนัดรับสินค้ากัน โดยตนจะใส่หน้ากากปิดบังใบหน้าจริงไว้ ซึ่งกัญชาแห้ง 1 กิโลกรัม มีราคา 8,500 บาท สกัดเป็นยางแบ่งขาย 50 กรัม กรัมละ 300 บาท ซึ่งมีราคาสูงสุดถึง 3 แสนบาท ทำให้ตนมีเงินหมุนเวียนในระบบหลักล้านบาท โดยที่ทำไปนั้น เพราะตนไม่มีทางเลือก จำเป็นต้องทำ และหวังว่าผู้ใหญ่จะผลักดัน ทำให้ถูกกฎหมายต่อไป
พ.ต.อ.สมบูรณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กัญชายังจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 อยู่ ยังไม่ถูกกฎหมาย เพราะฉะนั้น ขอประชาชนอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยว หากพบมีความผิดก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


