เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถีหรือไบโอไทย กล่าวถึงกรณีที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มีมติอย่างเป็นทางการให้มีการยกเลิกสารเคมี ทั้ง 3 ชนิด คือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกรโฟเซต ภายใน 1 ปี โดยระหว่างนี้ ต้องมีมาตรการควบคุมและจำกัดการใช้ ตลอดจนหาวิธีอื่นในการกำจัดศัตรูพืชทดแทน ทั้งนี้ได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำแผนดำเนินการเสนอกลับใน 30 วัน ก่อนมีการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าอีกครั้งหลังช่วงปีใหม่ ว่า ต้องถามว่า ทางกรมวิชาการเกษตร ได้ดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมายหรือไม่ แต่จากที่ฟังกรมวิชาการเกษตร ยังพบว่า อาจจะไม่ทำตาม โดยการยกมติให้มีการจำกัดการใช้ของคณะกรรมการวัตถุอันตรายขึ้นมา ซึ่งหากไม่ดำเนินการตาม ตนมองว่า ที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน มีทางเลือกในการดำเนินการ 2 ทางเลือก คือ 1. ทำรายงานต่อรัฐบาล ซึ่งก็ต้องมาดูว่าจะทันรัฐบาลนี้หรือไม่ หรือจะเป็นรัฐบาลชุดใหม่ และ 2. ที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน สามารถฟ้องต่อศาลปกครองได้ด้วย
“หากดูจากมติของที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินที่มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรดำเนินการ กรมวิชาการเกษตรจะมีหน้าที่ในการควบคุมการใช้ในระหว่างนี้ไปจนถึงมีการแบน ภายใน 1 ปี แต่อย่างไรก็ตามอำนาจของกรมวิชาการเกษตรยังมีมากกว่านั้น คือ ทางกรมวิชาการเกษตรยังมีอำนาจที่จะไม่ต่อทะเบียน และสามารถเสนอชี้ให้มีการแบนไปยังคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้ด้วย ซึ่งในการติดตามหลังช่วงปีใหม่ที่ประชุมฯ คงจะมีการติดตามความคืบหน้าเหล่านี้จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย ” นายวิฑูรย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อมีมติออกมาอย่างเป็นทางการเช่นนี้ การที่ภาคประชาชนจะมีการฟ้องคณะกรรมการวัตถุอันตรายจะต้องมีการดำเนินต่อไปหรือไม่อย่างไร นายวิฑูรย์ กล่าวว่า แน่นอนว่ายังคงต้องมีการเดินหน้าต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการร่วมประชุมกับกับผู้ร่วมฟ้องร้อง ทั้งนิติบุคคล และตัวแทนภาคเกษตรกร ไปแล้ว 5 ครั้ง

