เค้นกว่า 3 ชม. “พี่คล้าว2018” ตร.เชื่อรักจริง อายัดควายตามกม.ฟอกเงิน ห่วง “ทองคำ” ซึมเศร้า!!

29.11.18 | 20:08 น.

จากกรณีนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ พร้อมด้วย นายบุญเลิศ กาฬภักดี อายุ 64 ปี นายก อบต.สุขเดือนห้า เดินทางเข้าไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังนายสุรัตน์ แผ้วเกตุ ออกมาเรี่ยไรเงินไถ่ตัวควาย “เจ้าทองคำ” กลับคืนมาในราคา 100,000 บาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 29 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังนายสุรัตน์ แผ้วเกตุ อายุ 34ปีพร้อมภรรยา และทนายความส่วนตัวเข้าสอบปากคำกับพ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว ร่วม 3 ชั่วโมงพร้อมรับทราบข้อกล่าวหาประกอบด้วย 1.ข้อหาฉ้อโกงประชาชน 2.พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ 3. พ.ร.บ.การเรี่ยไร และ 4. พ.ร.บ.การฟอกเงิน

พ.ต.อ.สิงห์ เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำนายสุรัตน์ได้ให้การที่เป็นประโยชน์ในสำนวน และได้ข้อเท็จจริงที่จะมาหักล้างข้อกล่าวหาตามที่ผู้แจ้งความระบุไว้และตามข้อมูลที่พนักงานสอบสวนค้นพบ เบื้องต้นไม่ได้มีการควบคุมตัว เนื่องจากนายสุรัตน์รับปากว่าจะไม่ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และจะไม่ให้สัมภาษณ์สื่อในลักษณะที่เกียวข้องกับคดี พนักงานสอบสวนเลยแค่แจ้งข้อหาพร้อมลงบันทึกประจำไว้ และจะเรียกมาพบอีกครั้งตามกำหนด

พ.ต.อ.สิงห์ กล่าวต่อว่าส่วนเรื่องควายของกลาง เรายึดตามกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งเป็นกฎหมายที่แก้ไขล่าสุดเมื่อ ปี 2558 ถือว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากความผิดมูลฐานการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ได้สนับสนุนการทำผิด ซึ่งผู้กล่าวหาได้ร้องทุกข์เอาไว้ในกรณีนี้ แต่เบื้องต้นตามหลักเกณฑ์สิ่งมีชีวิตเป็นของกลางที่สามารถประกันตัวออกไปได้ และเอาไปเลี้ยงดูชั่วคราวเพื่อรักษาไว้จนกว่าคดีจะแล้วเสร็จ ซึ่งขณะนี้ได้ประสานผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ผู้เสียหาย นายบุญเลิศ การภักดี นายกอบต.สุขเดือนห้าและนายสุรัตน์ มาเจรจาเรื่องการรับสิทธิ์เลี้ยงดูควายว่าใครพร้อมจะเป็นผู้ดูแล หรือจะให้ทางตำรวจดูแล โดยจะมีการพิจารณาตามความเหมาะสม ซึ่งอาจต้องมีการเรียกหลักทรัพย์เป็นการวางเงินประกัน โดยจากการพูดคุยกับนายบุญเลิศ ก็ทราบว่าทางฝ่ายนั้นไม่ได้ติดใจอะไร เพราะได้เงินแสน และมีเจตนาที่จะขายควายให้นายสุรัตน์อยู่แล้ว แต่ก็ยังขึ้นอยู่กับทางพนักงานสอบสวนที่ต้องพิจารณา

Advertisement

“จากการพูดคุยทำให้ทราบว่านายสุรัตน์มีความรักควายจริง และอยากได้ควายไปเลี้ยง แต่มีข้อเท็จจริงที่ไม่ตรงกันในเรื่องเจตนาที่จะเอาเงินมาซื้อควาย เพราะนายสุรัตน์โพสต์ในเฟซบุ๊กว่าจะไถ่ชีวิตควาย ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดี ได้อ่านข้อความดังกล่าว หรือดูคลิปแล้วว่านายสุรัตน์ต้องการจะสื่อถึงอะไร และเมื่อมีการเปิดบัญชีและมีประชาชนโอนเงินเข้าบัญชี ก็ถือมีความผิดฐานฉ้อโกงซึ่งเป็นทรัพย์ที่ได้จากการกระทำความผิด เบื้องต้นก็ได้อายัดบัญชีดังกล่าวไว้แล้ว และถ้าสอบสวนแล้วว่าไม่มีความผิดก็ต้องนำควายคืนนายสุรัตน์ไป ซึ่งก็อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และจะมีการนัดเจรจากันในวันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม 2561″ผกก.สน.คันนายาวกล่าว

ด้านนายสุรัตน์ กล่าวว่าหลังสอบปากคำแล้ว ตนรู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งทางด้านผกก.ก็ได้ให้คำแนะนำและความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายส่วนข้อหาทั้ง 4 ข้อหาที่ตนได้รับ ตนตกใจเป็นอย่างมาก แต่ตนได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และอยากให้เจ้าทองคำกลับมาอยู่ด้วยแต่กระบวนการทางกฎหมายยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งตนเป็นห่วงเรื่องความเป็นอยู่ ซึ่งพบว่าเจ้าทองคำมีภาวะซึมเศร้า เหงาจากการต้องอยู่ลำพัง และเป็นห่วงบาดแผลที่เกิดจากการขีดข่วนของคอกที่เป็นเหล็ก และแมลงวันอาจมาไข่ในแผลจนเกิดเป็นหนองได้ จึงอยากให้แก้ด้วยการนำโคลนมาพอกตัวเจ้าทองคำ เพื่อป้องกันแมลงวัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับฟังและจะช่วยดูแลเป็นอย่างดีมีคนช่วยเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมงซึ่งตนก็รู้สึกสบายและขอบคุณอย่างมาก หลังจากนี้จะต้องหารือกับนายกอบต.อีกครั้งเรื่องจะให้ใครเป็นคนดูแล

“ผมยืนยันว่ารักควายและอยากสร้างรอยยิ้มให้เพื่อนๆ และยืนยันในเจตนาเดิมคืออนุรักษ์ สร้างให้คนรู้จักชุมชนเรา หรือจังหวัดเรา และอยากให้เห็นรอยยิ้มที่ผมทำมาก่อนหน้านี้ให้เหมือนเดิมต่อไป” นายสุรัตน์กล่าว

จากนั้นพ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว และนายสุรัตน์ แผ้วเกตุ ได้เดินไปดูความเป็นอยู่ของเจ้าทองคำ ที่อยู่ในคอกของสวนเศรษฐกิจพอเพียง โดยได้มีการกางมุ้งไว้และล็อคกุญแจเข้าคอกอย่างแน่นหนา ซึ่งได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี