ก่อการยึดอำนาจกันมาตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2557 ตอนแรกก็ว่า เพื่อความสงบเรียบร้อย ความสงบสุขของบ้านเมือง ภารกิจจึงมีมากมายหลายด้านต้องทำ ล่วงมาจนวันนี้ บางครอบครัว ตั้งแต่ลูกๆ ยังเรียนอยู่มัธยมต้น จนเข้ามหาวิทยาลัย ลูกที่ไม่เคยตั้งคำถาม กลับมากไปด้วยข้อสงสัย
ใครคนนั้น ที่เคยออกทีวีทุกวันศุกร์ ยังอยู่อีกหรือ
ใครคนหนึ่งที่เคยวางท่วงท่าถมึงขึงขังอย่างกะนักเลงโต ชี้มือชี้ไม้ พูดจาก้าวร้าว ยังอยู่อีกหรือ
ขอเวลาไม่นาน แต่ก็นานจนเกินพอ
คนไทยช่างอดทนอดกลั้น!
จะว่าไปแล้ว ในระบอบประชาธิปไตยนั้นก่อนที่จะถูกปกครอง “ผู้ถูกปกครอง” จะเลือก “ผู้ปกครอง” 3 กลุ่ม
กลุ่มหนึ่ง คือคนทำหน้าที่บัญญัติระเบียบกติกาเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ กลุ่มหนึ่ง คือคนทำหน้าที่เป็น ผู้ตัดสินชี้ขาดว่าใครผิดใครถูก และกลุ่มที่สาม คือคนทำหน้าที่บริหาร จัดการ และบริการให้ผู้คนสามารถดำเนินชีวิตและทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างปกติสุข
“การเลือกตั้ง” จึงเป็นเจตนารมณ์ไม่ใช่แค่ “พิธีกรรม” !
กล่าวสำหรับการเลือกตั้งของไทยที่ว่าจะมีขึ้นปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2562 นั้น เป็นที่ทราบกันว่า เกิดขึ้น ภายใต้สถานการณ์การเมืองที่ไม่ปกติ
เริ่มจากกระบวนการสร้าง “กติกา” ก็ไม่ปกติ
ดังที่ ภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า “รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้เขียนขึ้นมาเพื่อพวกเรา แต่เขียนมาเพื่อคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยึดถืออำนาจอยู่ในปัจจุบัน”
การขับเคลื่อนของรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ ถึงแม้จะอ้างเป็นการทำหน้าที่ แต่ก็ไม่ปกติ
ดังที่ ธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ว่า ผู้สมัคร ส.ส.หลายคนลงพื้นที่มากว่า 5 เดือนแล้ว ตั้งแต่อยู่ในกลุ่มสามมิตร จึงมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอย่างแน่นอน ขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์แทนพี่น้องคนยากจนทั่วประเทศ ที่ออกมาตรการช่วยเหลือคนยากจนผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
วางแผนและดำเนินงานกันโจ่งแจ้งขนาดนี้ยังจะเชื่อกันหรือว่า มีเสรีและเป็นธรรม
ช่างมากด้วยน้ำอดน้ำทน
กล่าวสำหรับบางคนบางกลุ่มบางพวก เป็นความอดทนที่ล่วงพ้น จนถึงขั้นเรียกได้ว่า “จำนน” !?!!

