ผู้สื่อข่ายรายงานเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารได้ลาดตระเวนเพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดเข้ามาตามแนวชายแดน ไทย-เมียนมา ด้านหมู่บ้านศรีชัยภูมิ หมู่ 10 ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้พบกลุ่มคนประมาณ 15 คน เดินข้ามลำน้ำรวกที่แคบและตื้นเขินในฤดูแล้งมาจากฝั่งประเทศเมียนมายังทุ่งนาห่างไกลชุมชนในฝั่งไทย โดยพบว่ามีการติดอาวุธประจำกายและแบกกระเป๋าเป้ที่หลังมาด้วยหลายคน
เจ้าหน้าที่จึงให้สัญญาณหยุดตรวจและวางอาวุธเนื่องจากถือเป็นการเข้าเมืองผิดกฎหมาย รวมทั้งติดอาวุธด้วย แต่ปรากฏว่ากลุ่มชายดังกล่าวกลับพากันแตกตื่นและจะวิ่งหนี จึงเกิดการปะทะกันขึ้นนานประมาณ 20 นาที สิ้นเสียงปืนเจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัย แต่ฝ่ายตรงกันข้ามถูกกระสุนของเจ้าหน้าที่เสียชีวิตคาที่ 1 คน ส่วนที่เหลือพากันอาศัยความมืดและหมอกลงจัดในฤดูหนาวหลบหนีไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมพื้นที่เอาไว้ตลอดทั้งคืน เนื่องจากทัศนวิสัยในการมองเห็นมีน้อยเพราะหมอกลงจัด
ผลการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบของกลางยาเสพติดบรรจุในกระเป๋าเป้จำนวน 3 ใบ รวมของกลางยาบ้าประมาณ 350,000 เม็ด จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางและทำการออกลาดตระเวนเพิ่มเติม เพราะอาจจะมีฝ่ายตรงกันข้ามสูญเสีย บาดเจ็บหรือทำของกลางตกอยู่บริเวณดังกล่าวเพิ่มเติม ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะมีการแถลงความคืบหน้าล่าสุดในวันนี้ต่อไป
ขณะเดียวกันร้อยด้านชายแดนไทย-สปป.ลาว ทหารพรานร้อย ทพ.3106 ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) และ สภ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ตรวจยึดของกลางยาบ้าได้จำนวน 588,000 เม็ด ภายหลังจากร่วมกันลาดตระเวนตามเส้นทางหมายเลข 1155 ระหว่างบ้านปางปอ หมู่ 1 และบ้านหนองเตา หมู่ 4 ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย กระสอบปุ๋ยจำนวน 6 ใบ ซุกซ่อนอยู่ในพงหญ้าข้างทาง ภายในบรรจุยาบ้า รวมจำนวนทั้งสิ้น 588,000 เม็ด จุดเกิดเหตุพบบุคคลต้องสงสัยว่าเป็นเจ้าของจึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางและนำส่ง สภ.เวียงแก่น เพื่อขยายผลต่อไป

