ผกก.คันนายาวย้อน “อัยการปรเมศวร์” คดีควายไม่ใช่เรื่องเล็ก ถึงม. 157 เรียกสอบนักข่าวร่วมขบวนการ!!

30.11.18 | 12:38 น.

จากกรณีสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ พร้อมด้วย นายบุญเลิศ กาฬภักดี อายุ 64 ปี นายกอบต.สุขเดือนห้า อ.เนินขาม จ.ชัยนาท เดินทางเข้าไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังนายสุรัตน์ แผ้วเกตุ หรือ “พี่คล้าว2018” ออกมาเรี่ยไรเงินไถ่ตัวควาย “เจ้าทองคำ” กลับคืนมาในราคา 100,000 บาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 11.30น. วันที่ 30 พฤศจิกายน ที่สน.คันนายาว พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว กล่าวว่า หลังจากที่นายสุรัตน์ ได้เดินทางเข้ามอบรายละเอียดถึงพฤติการณ์คดีวานนี้ พบว่ายังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องทำการสอบสวนคือ เรื่องการโอนเงินในส่วนของผู้บริจาค ซึ่งหนึ่งในนั้นมีนายสงกรานต์ รวมอยู่ด้วย และสอบถามถึงความประสงค์ที่ได้ร่วมบริจาค โดยขณะนี้มีผู้ที่บริจาคเงินให้กับนายสุรัตน์ ที่ติดต่อเข้ามาเพื่อขอเงินคืนแล้วจำนวน 2 ราย แต่ยังไม่ได้เดินทางเข้ามา สำหรับคดีความนั้น ได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายสุรัตน์ ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และการฟอกเงิน ซึ่งเป็นคดีอาญาที่ยอมความไม่ได้ แม้ผู้เสียหายจะถอนแจ้งความ แต่เจ้าพนักงานก็ต้องทำคดีให้เสร็จสิ้น

พ.ต.อ.สิงห์ กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำการยึดตัวควายเจ้าทองคำมานั้น เพราะเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการแปรสภาพเงินรับบริจาค จึงเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินตามสำนวนที่แจ้งข้อกกล่าวหาไว้ โดยจะมอบหมายให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งนายสุรัตน์เอง มีความประสงค์ที่จะนำมามอบให้ตำรวจดูแล ส่วนกรณีที่ นายบุญเลิศ นายก อบต. ได้นำเงินแสนมามอบให้กับโรงพักนั้น เนื่องจากเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำผิด เกรงว่าตัวเองจะเดือดร้อน ไม่ใช่ว่าพอเรื่องดังแล้วจะต้องการนำควายตัวเองกลับคืนไปแต่อย่างใด

พ.ต.อ.สิงห์ กล่าวต่อว่า หลังจากที่รายการสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ได้นำตัวนายสุรัตน์ไปให้สัมภาษณ์ โดยมีนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีสำนักงานชี้ขาดคดี อัยการสูงสุด ร่วมในรายการและออกความเห็นว่า พนักงานสอบสวนไม่ควรเรียกตัวไปสอบด้วยซ้ำ เพราะไม่มีความผิดฐานฉ้อโกง รวมถึงยังเป็นเพียงเรื่องเล็กๆน้อยๆ นั้น ตนมองว่าเป็นการออกความเห็นฝ่ายเดียวและยังวิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งตนเป็นพนักงานสอบสวนมาก็เข้าใจดีว่าการทำงานเป็นอย่างไร และถามว่าเหมาะสมหรือไม่ หากต้องละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอาญามาตรา 157

พ.ต.อ.สิงห์ กล่าวว่า คดีดังกล่าวเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจมาก ทางเจ้าหน้าที่ พร้อมจะให้ความเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย รวมทั้ง จะมีการเรียกตัวนักข่าวท้องถิ่นรายหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังและมีส่วนร่วมในคดี มาทำการสอบสวนและตรวจสอบเส้นทางการเงินว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ โดยในเวลา 10.00น. วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคมนี้ จะมีการนัดเจรจากันระหว่างผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหาต่อไป

Advertisement