ปลัดสธ.สั่งตรวจสอบ รพ.ทวงค่ารักษาจริงหรือ.. ด้าน รพ.แจงแล้ว!!

30.11.18 | 16:25 น.

ตามที่มีการเปิดเผยถึงกรณีเหตุแม่ลูกอ่อนถูกโรงพยาบาลทวงค่าคลอด จึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย โดยแขวนคอกับคานเหล็กของบ้าน เพื่อนบ้านเห็นรีบเข้ามาช่วยเหลือแต่ไม่ทันการ ซึ่งสร้างความสลดใจนั้น

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

สุดสลด แม่ลูกอ่อนจิตตกผูกคอเสียชีวิตคาบ้าน หลัง รพ.ทวงค่าทำคลอดแต่ไม่มีจ่าย (คลิป)

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน  นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่ได้สั่งการให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข และ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สมุทรปราการ ไปตรวจสอบว่าข้อเท็จจจริงเป็นอย่างไร เกิดที่รพ.อะไร แต่ตอนนี้ยังไม่ได้รับรายงานผลการตรวจสอบ ซึ่งปกติแล้วโรงพยาบาลรัฐให้การดูแลหญิงตั้งครรภ์ตามเกณฑ์อยู่แล้ว เช่นหากเป็นสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) นั้นจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายหมด หญิงตั้งครรภ์ไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่ม โดยให้การดูแลทั้งเรื่องของการฝากครรภ์ ตรวจคุณภาพครรภ์ ตรวจสุขภาพเด็กในครรภ์ ตามเกณฑ์จนกระทั่งคลอดออกมา หากเป็นหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุเกิน 35 ปี ขึ้นไป ยังมีระบบการตรวจคัดกรองโรคดาวน์ซินโดรมอีกด้วย เช่นเดียวกับสิทธิการรักษาอื่นๆ ก็ให้การดูแลแบบเดียวกัน

เมื่อถามถึงกรณีการฝากครรภ์พิเศษที่ผู้ป่วยต้องจ่ายเงินเพิ่ม นพ.สุขุม กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปดูว่าเป็นอย่างไร แต่จริงๆ การดูแลหญิงตั้งครรภ์รพ.ของรัฐให้การดูแลตามมาตรฐานพิเศษอยู่แล้ว ส่วนที่ว่าพิเศษที่นอกเหนือจากนั้นคือการพักฟื้นในห้องพิเศษหรือไม่ ก็ต้องไปดู

Advertisement

นพ.สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เขต 6 ซึ่งดูแลพื้นที่จ.สมุทรปราการ กล่าวถึงความคืบหน้าภายหลังมีผู้ร้องเรียนว่า โรงพยาบาลได้ทำการคลอดบุตรให้กับผู้หญิงรายหนึ่ง และมีการทวงค่าทำคลอด จนหญิงรายดังกล่าวเกิดความเครียด และได้ฆ่าตัวตายจนเสียชีวิตไปแล้ว ว่า เรื่องนี้เบื้องต้นได้สอบถามไปยังผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางบ่อ พบว่า หญิงดังกล่าวได้มาคลอดด้วยการผ่าคลอดเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยหญิงดังกล่าวไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน คาดว่าเป็นคนต่างถิ่น ทางโรงพยาบาลได้สอบถามขอเอกสาร ขอบัตรประจำตัวประชาชน แต่ไม่ได้ จึงไม่ทราบสิทธิ หลังจากทำคลอดและพักฟื้น มีการเรียกเก็บค่ารักษา ซึ่งทางคนไข้ได้นำบิลใบแจ้งค่ารักษาพยาบาลออกจากโรงพยาบาลไป

“ทางโรงพยาบาลยืนยันว่า ไม่ได้ตามไปทวงค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด และไม่เคยไปทวงที่บ้าน เนื่องจากไม่ทราบที่อยู่ หรือประวัติใดๆ แต่อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้ทางโรงพยาบาลไปตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อมูลอย่างรอบด้านที่สุดแล้ว” นพ.สุเทพ กล่าว