จากความสำเร็จขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ นาซ่า ส่งยานสำรวจ “อินไซต์” ออกไปสำรวจนอกโลกเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาและประสบความสำเร็จในการลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคารเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมาเพื่อปฏิบัติภารกิจสำรวจชั้นหินบนดาวเคราะห์พร้อมทั้งส่งสัญญาณคลื่นวิทยุและภาพเซลฟี่กลับมายังศูนย์ปฏิบัติการของนาซ่าที่นครลอสแอนเจลิสเพื่อเป็นการยืนยันนั้น
นักวิทยาศาสตร์จากทั่วทุกมุมโลกต่างชื่นชมกับความสำเร็จในครั้งนี้ซึ่งเป็นความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีของนาซ่าและยังคงเป็นองค์กรด้านอวกาศเพียงแห่งเดียวของโลกที่ประสบความสำเร็จในการนำยานสำรวจลงจอดบนดาวอังคาร ซึ่งหลายๆประเทศกำลังพัฒนางานวิจัยในด้านต่างๆเกี่ยวกับอวกาศตลอดมารวมถึงจิสด้าของไทยเราด้วยเช่นกัน
นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็นครั้งแรกที่มียานหุ่นยนต์สำรวจที่สามารถทำงานได้หลายอย่างในระยะเวลายาวนานและเก็บข้อมูลต่างๆได้ดี ที่สำคัญมีการใช้เครื่องมืออวกาศขนาดเล็กเข้ามามีบทบาท โดยเฉพาะมีการกำหนดรูปแบบการดีไซน์ เครื่องมือ เทคโนโลยีประกอบที่ใกล้เคียงตัวเรามาก การส่งดาวเทียม จรวด ยาน ขึ้นสำรวจนอกโลกหรืออวกาศไม่ใช่เป็นแค่ความฝันอีกต่อไปสำหรับประเทศไทย ขอเพียงแค่มีแนวคิดและคอนเซปแบบล้ำๆมานำเสนอโดยใช้วิทยาศาสตร์เป็นตัวนำ นักวิทยาศาสตร์เป็นคนกำหนดโจทย์ปัญหา วิศวกรและนักเทคโนโลยีเป็นผู้พัฒนาเครื่องมือรวมถึงวิธีการ ทุกวันนี้ประเทศไทยมีนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรที่เก่งๆมากมาย เทคโนโลยีที่มีอยู่ก็ถูกจำกัดน้อยลงทำให้โอกาสใหม่ๆทั้งทางด้านสังคม ด้านธุรกิจ ด้านอวกาศ เปิดกว้างมากขึ้น อีกไม่กี่ปีข้างหน้าไทยก็จะสามารถส่งยานสำรวจไปสำรวจดาวเคราะห์ดวงอื่นๆได้เช่นกัน และสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศในการพัฒนาประเทศได้มากขึ้น
“ในด้านความร่วมมือกับนาซ่า หากไทยมีแนวคิดที่เจ๋งๆในด้านอวกาศ นาซ่าจะประสานความร่วมมือมาเองเพราะนาซ่าก็ต้องการความร่วมมือและพันธมิตรที่มีไอเดียดีๆใหม่ๆมากกว่า เทคโนโลยีเป็นเรื่องรองลงมา วันนี้คนไทยมีไอเดียที่ล้ำๆค่อนข้างมากซึ่งแตกจากในอดีตที่ถูกขีดกั้นไว้ด้วยเทคโนโลยีที่มีราคาแพง เงินไม่เพียงพอ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะกลายเป็นคุณค่าที่หลายหน่วยงานแสวงหาและพร้อมที่จะพัฒนาชาติอย่างยั่งยืน” นายอานนท์ กล่าว

