เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการไกรสรฟาร์ม ณ ไกรสรฟาร์ม ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี โดยมี นายไกรสร นครธรรม เจ้าของ ให้การต้อนรับ
สำหรับ นายไกรสร นั้น จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนบ้านสร้างหลวง หลังเกณฑ์ทหารเรียบร้อยเนื่องจากฐานะทางบ้านยากจน จึงตัดสินใจเดินทางไปทำงานต่างประเทศ โดยเดินทางไปทำงานที่ประเทศไต้หวันกับนายจ้าง TIEN YUEN MACHINERY ประเภทอุตสาหกรรมการผลิตโลหะ ประมาณ 3 ปีกว่า อัตราค่าจ้าง 15,840 เหรียญไต้หวัน หรือประมาณ 16,934 บาท ซึ่งฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้นบ้าง เมื่อกลับมาจึงบวชทดแทนคุณบิดามารดาหนึ่งพรรษา จากนั้นจึงตัดสินใจสมัครไปทำงานประเทศเกาหลีใต้ โดยการจัดส่งตามระบบ EPS เมื่อสอบผ่านก็ได้รับการคัดเลือกให้ไปทำงาน กับนายจ้าง SAMEUNTEKEU ประเภทอุตสาหกรรมประกอบชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า อัตราค่าจ้าง 700,600 วอน หรือ ประมาณ 20,500 บาท โดยทำงานอยู่ประมาณ 3 ปี


นายไกรสร เปิดเผยว่า หลังจากกลับจากประเทศเกาหลีใต้ ได้นำเงินมาซื้อรถกระบะ 1 คัน และนำเงินมาลงทุนซื้อเสื้อผ้าไปขายตามตลาดนัด และบางส่วนก็นำมาซื้อพันธุ์ปาล์มมาปลูกในที่ดินของภรรยา เนื่องจากเงินที่ได้จากการไปทำงานยังต่างประเทศเริ่มลดน้อยลง จึงตัดสินใจไปทำงานต่างประเทศอีกครั้ง โดยสมัครไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล กับนายจ้าง PLANT NURSERY IN BITZARON ประเภทงานเกษตร อัตราค่าจ้าง 4,100 เชคเกล หรือประมาณ 36,305 บาท ทำงานอยู่ประมาณ 3 ปี จึงเดินทางกลับประเทศไทย จากนั้นก็นำเงินที่ได้มาลงทุนปลูกปาล์มเพิ่มเติม และซื้อรถตัก รถไถ เพิ่ม ปิดกิจการ ชื่อ ไกรสรพืชผล จำหน่ายปุ๋ย พันธุ์ไม้ รับซื้อปาล์มจากชาวบ้าน เพื่อนำไปขายต่อ โดยไปขายที่จังหวัดสกลนคร
นายไกรสร กล่าวต่อว่า ขณะที่ทำงานในต่างประเทศได้ทำงานด้วยความมานะบากบั่น เพื่อเก็บเงินนำมาสร้างตัวที่ประเทศไทย ปัจจุบันปาล์มที่ปลูกสามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว โดยตัดได้เดือนละ 2 ครั้งๆ ละประมาณ 500 – 600 กิโลกรัม มีรายได้ต่อเดือนเฉลี่ย 30,000 – 40,000 บาท มีทรัพย์สินที่ได้จากการ
ไปทำงานต่างประเทศ อาทิ บ้านสองหลัง รถยนต์สองคัน รถตัก รถไถ อย่างละหนึ่งคัน เป็นต้น

