ตัวแทนชาวบ้านทองมงคล ร้องกระทรวงอุตสาหกรรม ค้านสร้างโรงงานแยกสิ่งปฏิกูลเกรงมลพิษ ต้นน้ำ

1.12.18 | 18:06 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ ตัวแทนชาวบ้านศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบบ้านสายเพชร หมู่ 9 ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เดินทางยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายสุรพล ชามาตร์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อคัดค้านการสร้างโรงงานคัดแยกสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วของบริษัท ฮีดากา เมทัล เทรด จำกัด

นายมนู อยู่ยงค์ ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้กสิกรรมบ้านสายเพชรตัวแทนชาวชุมชน กล่าวถึงสภาพแวดล้อมในชุมชนว่าเป็นป่าต้นน้ำพื้นที่บางส่วนถูกประกาศให้เป็นวนอุทยานห้วยน้ำซับ เป็นชุมชนต้นแบบในด้านการเกษตร มีศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ ธนาคารต้นไม้ กลุ่มผู้หญิงก้าวหน้ารักษาสิ่งแวดล้อม มีปราชญ์ชาวบ้าน เป็นชุมชนศึกษาดูงานด้านการเกษตรและวิถีชุมชน เป็นชุมชนต้นน้ำรับน้ำมาจากเทือกเขาตะนาวศรี ไหลผ่านตำบลทองมงคลและจะไหลลงเข้าสู่ อ.บางสะพาน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำ อีกทั้งสถานที่ตั้งโรงงานอยู่ไม่ห่างจากโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็ก หากมีการก่อตั้งโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อคัดแยกโลหะหนักอื่นๆ ย่อมส่งผลให้ประชาชน หมู่บ้าน สถานศึกษา วัดและวนอุทยานฯได้รับความเดือดร้อนและอันตรายจากมลพิษทั้งทางอากาศแหล่งน้ำสาธารณะมลภาวะจากเสียงและฝุ่นควัน โดยสิ่งปฏิกูลที่นำมาคัดแยกและแปรรูปไม่ใช่วัตถุดิบจากชุมชน การตั้งโรงงานจึงไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ที่ยั่งยืนต่อชุมชน และขัดต่อหลักหมู่บ้านเศรษฐกิจต้นแบบของความพอเพียง อีกทั้งพื้นที่ซึ่งมีฝายน้ำโป่ง 30 ที่รับน้ำจากเทือกเขาตะนาวศรีจะไหลลงเข้าท่วมในชุมชนและในอำเภอบางสะพานเพิ่มมากขึ้น จะส่งผลกระทบความเดือดร้อนขยายเป็นวงกว้าง

 

นายมนูกล่าวว่า นอกจากนี้ การทำประชาพิจารณ์และลงมติยังไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่โปร่งใส เพราะมีผู้มาลงประชามติไม่ใช่ชาวบ้านในชุมชนที่มีการก่อสร้างโรงงาน และมีผู้พบเห็นบางคนถือบัตรลงคะแนนจำนวนหลายใบซึ่งมีผู้มาลงประชามติมากกว่าผู้มาลงทะเบียนย่อมแสดงให้เห็นว่ามีผู้มาลงคะแนนเกิน

Advertisement

ขณะที่นายสุรพล ชามาตร์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับหนังสือร้องเรียน และเอกสารข้อมูลจากรายการโทรทัศน์หลายช่องที่ได้ถ่ายทำสารคดีศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสายเพชร โดยนายสุรพลกล่าวว่า ขณะนี้ทางอุตสาหกรรมจังหวัดประจวบฯ ยังไม่ได้ออกใบอนุญาตให้มีการก่อสร้างแต่อย่างใด โดยการขออนุญาตตั้งโรงงานแยกสิ่งปฏิกูล จัดอยู่ในประเภทโรงงาน 105 และ 106 ซึ่งต้องมีการทำประชาพิจารณ์ ตามขั้นตอนการขออนุญาต ซึ่งขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์ อยู่ในส่วนของการปกครองส่วนท้องถิ่น หากเห็นว่าไม่โปร่งใสต้องให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดตรวจสอบว่าผู้มาลงมติใช่คนในพื้นที่ชุมชนที่จะมีการก่อสร้างหรือไม่ เนื่องจากตามปกติควรเป็นชาวชุมชนใกล้เคียงที่จะสร้างโรงงานเป็นผู้ลงประชามติ ขณะนี้จะรับเรื่องร้องเรียนไว้ตรวจสอบอีกครั้ง