ไกล่เกลี่ยลงตัว!! รุ่นพี่รุมทำร้ายสาว ม.5 ตร.แจงหย่าศึกลงตัวทำตามกฎหมาย

2.12.18 | 11:03 น.

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีนักเรียนหญิงชั้น ม.5 ถูกรุมทำร้ายร่างกาย ซึ่งภายหลังติดใจการทำงานของพนักงานสอบสวนว่า ได้รับรายงานจาก ภ.จว.นครราชสีมาว่า เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 เวลา 00.15 น. พนักงานสอบสวน สภ.คง จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุ คนร้าย 5 คน เป็นหญิง 4 คน ชาย 1 คน ทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย ขณะเดินออกจากภายในงานงิ้วประจำปี อำเภอคง จ.นครราชสีมา ได้รับบาดเจ็บและถูกส่งตัวเพื่อทำการรักษายัง โรงพยาบาลคงจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุเคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้เสียหายกันมาก่อนเนื่องจาก กลุ่มผู้ก่อเหตุและผู้เสียหายศึกษาอยู่ในโรงเรียนเดียวกัน ได้มีการท้าทาย หาเรื่อง กันมาก่อนหน้านี้ และจึงร่วมกันมาก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้เสียหายในครั้งนี้


รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีก ในชั้นนี้ พนักงานสอบสวน ได้ดำเนินการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องมาแล้วหลายปาก โดยยังคงต้องรอผลการชันสูตรบาดแผลจากแพทย์ เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ในประเด็นที่ญาติผู้เสียหายติดใจการทำงานของพนักงานสอบสวนที่ปล่อยตัวคู่กรณีไปและเกรงว่าจะได้รับอันตรายภายหลังนั้น ต้องเรียนชี้แจงว่าเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายในการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน ประกอบกับคู่กรณีไม่ได้มีเจตนาหลบหนีและพนักงานสอบสวนยังคงต้องรอผลการชันสูตรบาดแผลจากแพทย์ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีมาตรการร่วมกับสถานศึกษาในการดูแลความปลอดภัยของผู้เสียหายและการคุ้มครองพยานตามกฎหมายอยู่แล้ว ในส่วนการเยียวยา ค่าสินไหมทดแทน ที่ญาติอ้างว่ายังไม่ได้เจรจากับทางคู่กรณีแต่อย่างใดนั้น ได้รับรายงานว่าคู่กรณีทั้งสองฝ่ายประสงค์เจรจาตกลงเรื่องค่าเสียหาย โดยประสงค์ให้พนักงานสอบสวนเป็นผู้ไกล่เกลี่ยค่าสินไหมทดแทน ซึ่งทางฝ่ายผู้เสียหายเรียกร้องเงินเป็นจำนวน 50,000 บาท แต่สามารถตกลงกันกับคู่กรณีได้ที่ 30,000 บาท โดยจะนัดจ่ายกันอีก 1 เดือน ซึ่งได้มีการลงบันทึกต่อหน้าพนักงานสอบสวนและเป็นที่พอใจทั้งสองฝ่าย

“ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับ พนักงานสอบสวนมาโดยตลอด ในการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานสำนวนคดี อย่างตรงไปตรงมา ด้วยความรวดเร็ว เป็นธรรม โดยอาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และพยานหลักฐานที่ชี้ถึงการกระทำความผิดเป็นสำคัญ พร้อมกำชับฝ่ายสืบสวน สืบหาข้อมูล จากพยานบุคคลและพยานแวดล้อมต่างๆในการสนับสนุนข้อมูลทางคดี โดยเน้นย้ำให้ทำงานควบคู่กันไป ระหว่างฝ่ายสืบสวนและฝ่ายสอบสวน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น มั่นใจ ในการอำนวยความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชน” รองโฆษก ตร.กล่าว