ชาวเลโอด 9 ปี มติ ครม.คุ้มครองไปไม่ถึงไหน  เตรียมเสนอกฎหมายเขตคุ้มครองทางวัฒนธรรม  

2.12.18 | 16:27 น.

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม  ที่สวนอนุสรณ์สึนามิบ้านน้ำเค็ม อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ได้มีการจัดงานวันรวมญาติชาติพันธุ์ชาวเล ปีที่ 9 “เหลียวหลังแลหน้า 9 ปี มติ ครม.ชาวเล” ขึ้นเป็นวันที่สองโดยมีชาวเลจากพื้นที่ต่างๆริมทะเลอันดามันเข้าร่วมกว่า 400 คน ทั้งนี้นายพงษ์ศักดิ์ คารวานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวเปิดงานว่าปัญหาชาวเลเป็นปัญหาระดับนโยบาย ตราบใดที่ยังไม่มีความชัดเจนก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ทุกวันนี้ไม่ได้ใช้วิธีการต่อสู้เพราะถ้าต่อสู้ก็ต้องมีผู้แพ้-ชนะ แต่วันนี้แค่ร้องขอสิทธิที่มีอยู่ เชื่อว่ารัฐบาลใหม่คงมีเรื่องรุดหน้าและดำเนินการไปได้ระดับหนึ่ง เรามียุทธศาสตร์ชาติและรัฐธรรมนูญ ทำให้มีโอกาสมากขึ้น สิ่งแรกที่อยากให้ทวงสิทธิคืนคือการออกกฏหมายรองรับกลุ่มชาติพันธุ์ หากสามารถดำเนินการได้ทุกอย่างจะดำเนินการไปตามครรลอง

ขณะเดียวกันภายในงานยังได้มีการเสวนาโดยมีผู้แทนหน่วยราชการ นักวิชาการและชาวเลร่วมกันแลกเปลี่ยนในหัวข้อ “เหลียวหลังแลหน้า 9 ปี มติ ครม.ชาวเล” โดยนายนิรันดร์ หยังปาน ผู้แทนชาวเลชุมชนราไวย์ จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า หลังจากมีมติครม.คุ้มครองวิถีชีวิตชาวเล แต่พวกเรายังถูกฟ้องอยู่เรื่อยๆโดยชาวบ้านในราไวย์ถูกฟ้องกว่า 200 คดี ซึ่งชาวบ้านยังหาเช้ากินค่ำเพราะเชื่อว่ามติครม.จะแก้ไขปัญหาได้บ้าง แต่กลับไม่ได้เลยเพราะเรายังถูกจับกุมและแทบจะประกอบอาชีพไม่ได้เลย ที่ผ่านมาเราได้คุยกับคณะกรรมการแก้ไขปัญหาว่าจะมีเขตผ่อนปรนให้ชาวเลประกอบอาชีพซึ่งอุทยานทุกแห่งต่างเห็นด้วยให้เราใช้เครื่องมือของชาวเล แต่สุดท้ายเราก็ยังถูกจับกุม โดยมีลำหนึ่งเข้าไปหาปลาที่พังงาและถูกน้ำหนีบจึงแวะอุทยานฯในภูเก็ตเพื่อรักษาอาการน้ำหนีบแต่กลับถูกจับกุมในข้อหาบุกรุก พอเราตั้งคำถามว่าเขตอุทยานฯอยู่แค่ไหน และเมื่อมีเขตผ่อนปรนแต่เราก็ยังถูกจับกุมอยู่

ขณะที่ชาวเลจากชุมชนสะปำ จังหวัดภูเก็ตกล่าว่า เราอยู่ที่ดินในป่าชายเลนมานาน ซึ่งต่อมาทราบว่าอยู่ในความดูแลจองกรมเจ้าท่า เมื่อมิถุนายน 2561 เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าให้ชาวบ้านไปลงทะเบียนด้วยโดยอ้างว่าใครที่ลงทะเบียนจะได้ไม่กังวลในเรื่องที่อยู่อาศัย และทางจังหวัดได้ประชุมและประกาศว่าพื้นที่บริเวณนั้นจะยกให้ชาวเลเป็นพื้นที่พิเศษเพราะเป็นผู้บุกเบิก แต่หลังจากนั้นอีก 1 เดือนได้มีหนังสือเชิญชาวบ้านที่ลงทะเบียนรื้อถอนบ้านภายใน 365 วัน ทำให้ชาวบ้านรู้สึกงง ในที่สุดชาวบ้านไปร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งตอนนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบให้รอฟังคำตอบ

ผู้แทนชาวเลเกาะพีพี กล่าวว่าพวกเราได้รับผลกระทบจากอุทยานฯ เราอยากให้ทางการช่วยเหลือ ทั้งด้านอุทยานและนายทุนบุกรุกในที่ดินทำธุรกิจโรงแรม และขณะนี้พื้นที่จิตวิญญาณถูกปิดกั้น ชาวบ้านไปไหนไม่ได้ ได้แค่ออกเดินหน้าหาดตัวเอง ตอนนี้มีแต่บริษัททัวร์ใหญ่ๆเข้าไปจนชาวบ้านไม่สามารถทำมาหากินได้

น.ส.อรวรรณ หาญทะเล ผู้แทนเครือข่ายชาวเลอันดามัน กล่าวว่า เรามีสุสานฝังศพ 15 แห่ง แต่มีเอกสารระบุว่าเป็นที่ดินสาธารณะ 2 แห่ง บางพื้นที่ยังถูกฟ้องถูกขับไล่จากนายทุนอยู่ ขณะที่พื้นที่ศักดิ์สิทธิพวกเราเคารพและให้เกียรติแต่รัฐไม่เข้าใจ หลังมติ มีปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ทำกินประกอบอาชีพ พวเราทำเรื่องของการเก็บขอมูลชุมชน ทำผังตระกูล ทำเรื่องพื้นที่นำร่องใน 11 พื้นที่ หลังจากเราสู้แต่ปัญหา เราจึงคิดว่าการท่องเที่ยวอย่างไรที่ชาวเลอยู่ได้ จึงทำเรื่องชาวเลพาเที่ยว เดิมชาวเลเองก็ไม่เห็นด้วยเพราะไม่เชื่อมีใครมาเที่ยว เราพยายามยื่นข้อเสนอกับผู้ว่าฯทำเรื่องหน้าบ้านหน้ามอง เรามองเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตอนนี้มีคนสหรัฐ สิงคโปร์และเครือข่ายในประเทศไทยมาเรียนรู้ และเราได้พัฒนากลุ่มเยาวชนด้วย

Advertisement

 

“ถามว่ามติครม.ที่ออกมา 9 ปี เราได้กี่เปอร์เซ็น ทุกคนบอกว่าแค่ 10% เพียงแต่ตอนนี้มีวงหารือ และเริ่มเข้าใจว่าเครื่องมือหาปลาของชาวเลไม่ได้ทำลาย เราคิดว่าแค่มติครม.คงไม่พอแล้ว เลยขอให้นายคมสัน โพธิคง นักวิชาการจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสัต ช่วยร่างเขตคุ้มครองทางวัฒนธรรมเพื่อให้เรามีพื้นที่ที่แท้จริง”น.ส.อรวรรณ กล่าว