หน้าแรก ในประเทศ เหยี่ยวถลาลม ...

เหยี่ยวถลาลม : เมื่อเป็นไม้ใกล้ฝั่ง

4.12.18 | 13:00 น.

ได้เกิดในแผ่นดินไทย เป็นคนไทย ได้เล่าเรียนในโรงเรียนหลวง ได้เรียนเตรียมทหาร ได้เรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐ จบแล้วได้เข้ารับราชการ จวบเกษียณ จนตายไป นอกจากจะเป็นหนี้บุญคุญพ่อแม่แล้ว ประเทศชาติยังมีบุญคุณท่วมหัว

จากลูกหลานชาวบ้านธรรมดามีโอกาสได้รับการศึกษา ได้รับราชการ ถึงแม้จะประสบความสำเร็จในชีวิต

ราชการสูงแค่ไหนก็ตาม สิ่งที่ยังคงเหมือนเดิมคือ การคืนสู่สามัญ

ข้าราชการไม่ใช่ชนชั้นใหม่ หรือชนชั้นสูงที่ข่มอยู่บนหัวประชาชน

คุณคือลูกหลานชาวบ้าน

Advertisement

จะมีใครกี่คน ที่พอลืมตาดูโลกก็พบว่า พ่อแม่เป็นนายกรัฐมนตรี หรือเป็นปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีอยู่แล้ว
“ความรู้สึกที่เหนือชั้น” หรือความเหนือกว่าทั้งหลายนั้นถูกพอกพูนขึ้นมาทีหลัง !

ท่านปลัด ท่านอธิบดี ท่าน ผบ.ทบ. ผบ.ทอ. ผบ.ทร. ผบ.ตร. ท่านทั้งหลายที่เติบใหญ่ในระบบราชการ ถ้าย้อนไปเมื่อวันแรกเข้า ทุกคนก็เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา

ถ้าโตแล้วเผลอหลงลืมตน มองเห็นผู้อื่นต่ำเตี้ยเป็นขี้ข้า แสดงว่าบ้า !

หรือไม่ก็สติปัญญาต่ำทราม ทัศนคติ มุมมอง จมปลักอยู่ในโลกแคบๆ

คนที่ไม่คุ้นเคยกับความแตกต่าง มักจะมองรอบๆ ตัวว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม

ปฏิกิริยาตอบโต้อัตโนมัติที่เกิดขึ้นเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ในการปกป้องตัวเองเพื่อการอยู่รอด

แต่การตอบโต้ต่างกับการดูถูก หมิ่นหยาม ข่มเหง คุกคามผู้อื่น

การคุกคามหมิ่นหยามไม่ว่าจะด้วยวาจา หรือด้วยการกระทำอื่นใด มาจาก “อุปนิสัย” ซึ่งเกิดจากการอบรมบ่มเพาะขัดเกลาจรรยามารยาท

ก็พอจะเข้าใจได้ว่า คนเราหงุดหงิดกันได้จนบางทีอาจเก็บอารมณ์ไม่อยู่ หุนหันพลันแล่น

แต่คุณคือใคร มีหน้าที่อะไร

สมมุติว่า เป็นหัวหน้านักเรียน หรือหัวหน้ากลุ่มทำกิจกรรมต่างๆ หรือเป็นประธานชมรม สมาคม เป็นผู้นำ

ชุมชน เป็นครูบาอาจารย์ เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง เป็นรัฐมนตรี เป็นปลัดกระทรวง เป็นอธิบดี เป็นผู้นำทาง

สังคม เป็นผู้นำทางความคิด ผู้นำทางจิตวิญญาณ เป็นพ่อเป็นแม่ เป็นญาติผู้ใหญ่ หรือเป็นผู้ใหญ่กว่าที่ผ่านอะไรต่อมิอะไรมามากกว่า

ถ้าผลของ “ความมีประสบการณ์ชีวิต” ที่มากกว่าผู้อื่นนั้นออกมาในลักษณะที่ “เข้าใจโลก” ก็จะไม่ ใครว่า “แก่กะลา”

คนเรายิ่งแก่ตัว ยิ่งต้องมากด้วยเมตตา ไม่ใช่ยิ่งกร่าง ยิ่งห้าว ยิ่งบ้า !?!!