เมื่อเวลา 15.00น. วันที่ 3 ธันวาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี นายอาณัติ อุดดี อายุ 34 ปี ช่างก่อสร้างที่ตกเป็นผู้ต้องหาก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเรานักท่องเที่ยวหญิงสัญชาตินิวซีแลนด์ อายุ 29 ปี บริเวณไซต์งานก่อสร้าง ตรงข้ามวัดราชบพิธ ถนนเฟื่องนคร เขตพระนคร เมื่อกลางดึกของวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา
โดยพล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวว่า จากเหตุดังกล่าวถึงไม่เข้าขั้นข่มขืน แต่เป็นการกระทำอนาจาร โดยใช้มือหรืออวัยวะต่างๆ ไปสัมผัสตามตัวผู้เสียหาย หรือ อวัยวะเพศ ซึ่งขณะนี้ได้ขออำนาจศาลออกหมายจับแล้ว และอยู่ระหว่างการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ทั้งนี้ จากการตรวจสอบหลักฐานกล้องวงจรในวันเวลาเกิดเหตุ ซึ่งผู้เสียหายได้มาท่องเที่ยวและดื่มสุราที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านถนนข้าวสาร กระทั่งเวลาประมาณ 02.30น.พบว่า ผู้เสียหายได้อยู่ตัวคนเดียว และคาดว่าอาจจะหลงทางมาพบคนร้าย ก่อนจะได้เดินขึ้นไปยังห้องพักกัน 2 คน คาดจากนั้น ฝ่ายหญิงจะวิ่งลงมาและเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.สำราษราษฏร์ อย่างไรก็ตาม จากสอบถามทราบว่าทั้งสองคนต่างไม่รู้จักกันแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวถามว่า คนร้ายมีลักษณะอาการมึนเมา หรือเสพสารเสพติดมาหรือไม่ ผบช.น. กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบ เนื่องจากยังติดตามตัวมาไม่ได้
“เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นแจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา เนื่องจากพฤติกรรมคนร้ายมีเป้าหมายข่มขืนเหยื่อ” พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่าจากการสอบปากคำผู้เสียหายให้การ ว่าได้เดินทางมายังประเทศไทยเมื่อจะมาเที่ยวพักผ่อนกับกลุ่มเพื่อนและสามี จากนั้นในวันที่ 1 ธันวาคม ต่อเนื่องกลางดึกวันที่ 2 ธันวาคมตนและสามี กลุ่มเพื่อนได้เดินทางมาดื่มสุราที่ถนนข้าวสาร ก่อนที่เวลาประมาณ 02.00 น. ได้พลัดหลงกัน จึงได้เรียกแท็กซี่เพื่อนที่จะกลับไปยังที่พักย่านสุขุมวิท แต่แท็กซี่ได้จอดลงที่เกิดเหตุดังกล่าว
ด้านแท็กซี่ ที่รับผู้เสียหายในฐานะพยาน เปิดเผยว่า ในวันดังกล่าว ผู้เสียหายได้เรียกรถของตนจากนั้นระหว่างทางนั่งรถได้ไม่นานเกิดผู้เสียหายให้จอดเนื่องจากว่ามีอาการคลื่นไส้จากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ตนจึงได้จอดรถให้ลงจากนั้นก็ได้ขับรถออกไป
รายงานข่าวแจ้งอีกว่าจากการสอบปากคำน้าชายของนายอาณัติ เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุหลังจากทำงานเสร็จได้อาณัติได้นั่งดื่มสุรากับตนจนถึงเวลาประมาณ 02.00 น. ก่อนจะแยกย้ายกัน ซึ่งก็เป็นกิจวัตรที่ทำเป็นประจำ อย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าหน้าที่ทราบแหล่งกบดานของคนร้ายซึ่งได้เดินทางหลบหนีไปยังจังหวัดใกล้เคียง อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี

