4 ปี ‘เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด’ ประชาชนได้อะไร?

4.12.18 | 11:54 น.
เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด

4 ปี ‘เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด’ ประชาชนได้อะไร?

เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดก่อนหน้านี้ ประเทศไทยยังไม่เคยมีสวัสดิการของรัฐเกี่ยวกับเด็กแรกเกิดเลย จะมีก็คือโครงการเรียนฟรีที่ให้กับเด็กวัยเรียน ทั้งที่ทางการแพทย์ยืนยันว่า 0-6 ปีเป็นช่วงวัยที่สำคัญที่สุด เพราะถือเป็นวัยแห่งการวางรากฐานชีวิต จึงเป็นเสียงเรียกร้องจากหลายภาคส่วนกระตุ้นให้ “รัฐลงทุนกับเด็กแรกเกิด”

กระทั่งปี 2558 รัฐบาลได้อนุมัติโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ซึ่งเป็นที่ฮือฮาในนานาชาติ เพราะไทยใช้เวลาศึกษาและดำเนินการเพียงไม่กี่ปี แม้ปีแรกของโครงการจะให้เงินอุดหนุนกับเด็กแรกเกิด 0-1 ปี จำนวน 400 บาทต่อเดือน ที่อยู่ในครอบครัวยากจนมีฐานรายได้ไม่เกิน 36,000 บาทต่อปี หรือตกเดือนละ 3,000 บาทเท่านั้น

ขณะนั้นมีผู้ลงทะเบียนรับสิทธิในปีแรกรวม 1 แสนกว่าคน

ทั้งนี้ การดำเนินโครงการในปีแรก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้ประเมินผลโครงการ

พบผลออกมาดี!

Advertisement

ภาวะโภชนาการกลุ่มเด็กยากจนดีขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น เพิ่มมิติความเท่าเทียมเพศที่แม่เริ่มมีบทบาทตัดสินใจในครอบครัวมากขึ้น

แต่…ก็พบคนจนตกหล่นไม่ได้รับสิทธิถึงร้อยละ 30

ต่อมาในปี 2559 รัฐบาลได้ตัดสินใจขยายโครงการด้วยการจ่ายเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดเป็น 600 บาทต่อเดือน ขยับอายุเป็น 0-3 ปี แต่คงเกณฑ์ต้องอยู่ในครอบครัวยากจนตามเดิม ดำเนินต่อเนื่องมาในปี 2560 ที่มีการปรับแก้ไขให้เพิ่มเด็กแรกเกิดที่แม่ยากจนในระบบประกันสังคม สามารถเข้าร่วมโครงการได้เป็นครั้งแรก และดำเนินมาถึงปัจจุบัน

ซึ่งปัจจุบันมีผู้ได้รับสิทธิ 6 แสนกว่าคน

ตลอด 4 ปีในการดำเนินโครงการ แม้รัฐจะพยายามขยายหรือมีมาตรการป้องกันการตกหล่นเพียงใด แต่ก็ยังคงปรากฏภาพ “คนรวย” ได้รับสิทธิ คนจนโดยเฉพาะผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร “ไม่ได้” รับสิทธิ ตลอดจนปัญหาตกหล่นจากกระบวนการรับรองความยากจน ตั้งแต่ผู้ยื่นขอรับสิทธิไม่ถูกกับผู้ประเมิน ผู้ประเมินไม่เข้าใจหลักการคำนวณความยากจน

แต่ล่าสุด กระทรวง พม. โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ซึ่งรับผิดชอบโครงการนี้ ได้เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้นเดือนธันวาคมนี้ พิจารณาปรับแก้โครงการอีกครั้ง โดยเสนอแนวทางเพิ่มช่วงอายุเป็น 0-6 ปี และขยายฐานรายได้ครัวเรือนเป็น 100,000 บาทต่อปี ตามฐานรายได้ของผู้มีสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

นายสมคิด สมศรี อธิบดี ดย. กล่าวว่า คาดว่าจะมีผู้ที่ได้รับสิทธิเพิ่มจากการปรับหลักเกณฑ์อีก 3 แสนกว่าคน ใช้งบประมาณเพิ่มอีก 1.5 หมื่นล้านบาท รวมทั้งหมด 1 ล้านคน

สมคิด สมศรี

แว่วมาว่า รัฐบาลก็มีเป้าหมายจะจัดสรรเงินอุดหนุนแบบถ้วนหน้าในอนาคต แต่ยังไม่ใช่ในรอบนี้