ต่อไปนี้ ทุกวันที่ 4 ของเดือน งดถุงพลาสติกทุกห้าง บิ๊กเต่า ยิ้มแก้มปริ แค่วันเดียวลดได้ 20 ล้านใบ

4.12.18 | 16:51 น.

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ที่ศูนย์การประชุมอิมแพคเมืองทองธานี พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เป็นประธานเปิดงานวันสิ่งแวดล้อมไทยและวันอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) แห่งชาติ ประจำปี 2561 ภายใต้แนวคิด “ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม” เพื่อรณรงค์ร่วมกันทำความดี สร้างความยั่งยืน ในการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกและโฟม ผ่านการแสดงนิทรรศการมหกรรมส่งเสริมการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การบริจาคถุงผ้าเพื่อแบ่งปันส่งต่อให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ และเตรียมความพร้อมในการการซื้อของแบบปลอดถุงพลาสติกในวันสิ่งแวดล้อมไทย

พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า ปี 2561 ทส.เห็นความสำคัญและตระหนักถึงปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม ที่เกิดจากขยะพลาสติก จึงได้ดำเนินการขับเคลื่อนการเลิกใช้พลาสติกที่เห็นผลเป็นรูปธรรมมาอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ มีกิจกรรมที่สำคัญ เช่น การลงนามความร่วมมือกับภาคีความร่วมมือภาคธุรกิจเอกชน และสมาคมผู้ค้าปลีกแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบการ ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ กว่า 50 แห่ง ทั่วประเทศ งดการให้บริการถุงพลาสติกหูหิ้วในห้างร้านของตนเองทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันลดปริมาณขยะถุงพลาสติกซึ่งเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมและกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนและสิ่งมีชีวิตทั่วโลก 2. การร่วมกับภาคีความร่วมมือภาคธุรกิจเอกชน กระทรวงสาธารณสุข ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร รับบริจาคถุงผ้าจากประชาชนที่มีมากเกินความจำเป็น เพื่อนำไปมอบให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ สำหรับใส่ยาให้ผู้ป่วยแทนถุงพลาสติกหูหิ้ว ซึ่งมีจุดรับบริจาคถุงผ้าที่ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อที่ร่วมโครงการทั่วประเทศ รวมถึงที่ ธกส. ทุกสาขา

เป็นเรื่องที่น่ายินดี ในการร่วมรณรงค์ลดขยะพลาสติกและโฟม มีหลายภาคทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อจำนวนมากร่วมกันรณรงค์และลงนามความร่วมมืองดใช้ถุงพลาสติก ซึ่งแค่วันนี้ จะลดได้ 20 ล้านใบ และหลังจากนี้ทุกวันที่ 4 ของทุกเดือนก็จะร่วมรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกแบบนี้ไปเรื่อยๆ เชื่อว่าจะสามารถลดถุงพลาสติกได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง ได้ดำเนินงานมาแล้ว 3-4 เดือน สามารถลดโฟมได้ 50 % ถุงพลาสติกลดลงอย่างน้อย 20 %

พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับทรัพยากรป่าไม้แต่เดิมถูกบุกรุกปีละ 1 ล้านไร่ แต่เมื่อรัฐบาลคสช.เข้ามาบริหารตั้งแต่ปี 2557 พบมีการบุกรุกลดลงเหลือปีละ 3 หมื่นไร่ และหลังจากปี 2559 พบว่าพื้นที่ป่าไม่มีการบุกรุกเพิ่มเติมแล้ว โดยปัจจุบันมีพื้นที่ป่า 102.4 ล้านไร่ หรือร้อยละ 32 ซึ่งยุทธศาสตร์ชาติกำหนดไว้ว่าปี 2580 ประเทศไทยจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ได้ร้อยละ 55 ซึ่งเดิมมีพื้นที่ป่าอยู่แล้วร้อยละ 32 จึงต้องเพิ่มพื้นที่สีเขียวอีกร้อยละ 23 ซึ่งจะมาจากป่าเศรษฐกิจ ป่าชุมชน ป่าในเมือง โดยจะมีการออกกฎหมายต่างๆ เมื่อสัปดาห์ก่อนได้นำกฎหมายการจัดการที่ดินกินเข้าสู่สภาแล้ว 1 ฉบับ และในเดือนธ.ค. นี้ จะมีการนำเสนอการแก้ไขกฎหมาย มีการแก้มาตรา 7 ของพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ระบุว่าไม้หวงห้ามที่ปลูกในที่ดินกรรมสิทธิ์ครอบครองไม่จัดเป็นไม้หวงห้าม เพื่อให้สามารถทำไม้หรือค้าไม้ได้อย่างถูกกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีกฎหมายป่าชุมชน ร่างพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ…. และร่างพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ…. รวม 4 ฉบับเสนอเข้าสู่สภา ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้ ในขณะที่รัฐบาลจะช่วยส่งเสริมให้ประชาชนได้อยู่กับป่าอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

 

Advertisement