เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองบังคับการการปราบปราม(ผบก.ป.)สั่งการให้ พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบก.ป พร้อมด้วย พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.กองสนับสนุน บก.ป. ทำการจับกุมตัวนายเกรียงศักดิ์ อายุ 35 ปี หรือ ฉายา “ศักดิ์ ผาสุข” ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดระนอง ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ยิงปืนในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร รวมทั้งพกพาอาวุธปืน ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรโดยสามารถจับกุมได้ขณะขับรถยนต์ผ่านด่านตรวจบ้านพละ หมู่ 3 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร อยู่ในชุดกีฬาฟุตบอลสีฟ้า และไว้หนวดเครา เพื่ออำพรางใบหน้าเดิม
ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อกลางดึกวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายเกรียงศักดิ์ พร้อมพวก7-8 คนได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายเทพฤทธิ์ แซ่อ๋อง หรือ “แจ๊ค สะพานยูง” อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/17 ถ.ชาติเฉลิม ต.เขานิเวศน์ อ.เมืองระนอง จ.ระนอง จนเสียชีวิต ที่สถานบันเทิง ซีดผับปิด ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าว จนทราบตัวผู้ก่อเหตุที่แน่ชัด ก่อนออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 2 คน คือ นายเกรียงศักดิ์ ผู้ต้องหารายนี้ กับ นายภูมิพรรดิ์ ชาติประนอมไชย อายุ 48 ปี หรือ ฉายาเป้ ทัพพระยา ซึ่งจากภาพหลักฐานพบว่านายเกรียงไกร ผู้ต้องหารายนี้เป็นคนที่ถือปืนมาจ่อข่มขู่ ส่วนคนที่ก่อเหตุยิงผู้ตายนั้นคือ นายภูมิพรรดิ์ ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่าภายหลังก่อเหตุนายเกรียงศักดิ์ ได้หลบหนีไปกบดานซ่อนตัวอยู่ที่บ้านญาติในพื้นที่หาดใหญ่ ก่อนจะหลบหนีออกไปกบดานซ่อนตัวในพื้นที่ ประเทศลาว แต่เมื่อเจอการกดดันอย่างหนักจากเจ้าหน้าที่จึงหลบหนีข้ามไปซ่อนตัวต่อในพื้นที่ประเทศพม่า แล้วข้ามกลับมากบดานต่อในประเทศไทย จนกระทั่งเมื่อคืนวันที่ 3 ธันวาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่านายเกรียงศักดิ์ พร้อมกับพวกกำลังขับรถเดินทางจาก กทม.กลับไปกบดานซ่อนตัวต่อในพื้นที่ภาคใต้ จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ทล. และ ตำรวจภูธร ภาค 8 สกัดจับกุมตัวได้ดังกล่าว โดยในขณะจับกุมนั้นนายเกรียงศักดิ์ อยู่ในชุดกีฬาฟุตบอลสีฟ้า และไว้หนวดเครา เพื่ออำพรางใบหน้าเดิม โดยมากับพวกอีก 3 คน คือภรรยาของนายเกรียงศักดิ์ พี่ชายของนายเกรียงศักดิ์ และพี่สะใภ้ โดยการขับรถยนต์มาจำนวน 2 คัน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการควบคุมตัวทั้งหมดไว้
นายเกรียงศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนจ่อข่มขู่ผู้ตายจริง แต่ไม่ได้เป็นคนลงมือก่อเหตุ ซึ่งหลังจากก่อเหตุตนได้หลบไปพักอาศัยตามบ้านญาติพี่น้อง ส่วนภรรยาของนายเกรียงศักดิ์ พี่ชายของนายเกรียงศักดิ์ และพี่สะใภ้ ทั้ง 3 คนที่ถูกควบคุมตัวด้วยนั้นเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับในฐานความผิดให้ที่พักพิงและให้การช่วยเหลือหรือพาผู้ต้องหาหลบหนีการจับกุมอีกด้วย ส่วนนายเกรียงศักดิ์ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.ภาค8 ได้นำตัวไปทำการสอบปากคำเพิ่มเติมก่อนจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 5 ธันวาคม ที่ กองบังคับการปราบปราม อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป. ได้ทำการจับกุมตัวญาติที่ให้ที่พักพิงนายเกรียงศักดิ์ ไปแล้ว 1 ราย อีกด้วย

