เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ประชาชนจำนวนมากร้องเรียนถึงการก่อสร้างโครงการทางลอดถนนพัฒนาการ-รามคำแหง-ถาวรธวัช เป็นไปอย่างล่าช้า โดยปัจจุบันยังไม่สามารถเปิดให้ประชาชนให้ใช้งานได้ ทำให้ในชั่วโมงเร่งด่วนเช้า-เย็น เกิดปัญหาจราจรติดขัดมาก ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้กำชับให้ผู้รับเหมาเร่งรัดดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ พร้อมจะเปิดใช้อุโมงค์ทางลอดในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ ปรากฎว่า ปัจจุบันผู้รับเหมายังไม่สามารถก่อสร้างงานได้ตามแผน ทำให้ผู้บริหาร กทม.ต้องเลื่อนกำหนดเปิดเป็นวันที่ 25 ธันวาคม 2561
สำหรับโครงการทางลอดถนนพัฒนาการ-รามคำแหง-ถาวรธวัช ขนาด 2 ช่องจราจร 2 ทิศทาง กว้าง 10.80 เมตร (ม.) ยาว 940 ม. ช่วงที่มีหลังคาทางลอดยาว 386.20 ม. รวมระยะทางทั้งหมด 1,250 ม. โดย กทม.ว่าจ้าง กิจการร่วมค้าเอสเทค ซีวิล แอนด์ คอนสตรัคชั่น และบีซีดีซี ซึ่งเริ่มต้นสัญญาก่อสร้างเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2559 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 10 เมษายน 2561 แต่เนื่องจากติดอุปสรรคด้านระบบสาธารณูปโภค ทำให้การก่อสร้างต้องยืดระยะเวลาออกไปอีก 6 เดือน ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ เป็นเวลา 54 วัน ที่ผู้รับเหมายังไม่ส่งมอบงานให้ กทม. ทำให้กทม.ต้องคิดค่าปรับร้อยละ 5 ของวงเงินก่อสร้าง 762.1 ล้านบาท
แหล่งข่าวในศาลาว่าการ กทม.กล่าวว่า ขณะนี้มีแนวโน้มว่าผู้รับเหมาต้องเสียค่าปรับแล้ว 205 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ทำให้โครงการล่าช้า เพราะช่วงเริ่มดำเนินโครงการ ติดปัญหาการรื้อย้ายสาธารณูปโภคที่อยู่ในพื้นที่เกาะกลาง เนื่องจากหน่วยงานสาธารณูปโภคลงนามในการจัดจ้างล่าช้า ทำให้ต้องต่ออายุสัญญา ออกไปอีก 184 วัน รวมทั้งผู้รับจ้างจัดหาบุคลากร แรงงานและเครื่องจักรที่ใช้ในการก่อสร้างไม่เพียงพอต่อปริมาณงานที่ต้องดำเนินการ อีกทั้งมีการแก้ไขรูปแบบอาคารควบคุมเพื่อเพิ่มเติมเรื่องมาตรการป้องกันอัคคีภัยของอุโมงค์ทางลอดให้เป็นไปตามมาตรฐาน NFPA 502 (The Nationnal Fire Protection Associaton 502) ที่จะต้องมีปริมาณน้ำสำรองเพียงพอต่อการดับเพลิงไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมงด้วย

