ช่างตัดผมแสบขนยาบ้า ทำทีขับกระบะส่งอาหารทะเล-รวบแก๊งโจรปล้นจยย.เพิ่งพ้นคุก

5.12.18 | 13:31 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ธันวาคม ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อำนาจ จันทร์เจริญ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.สถิตย์ สังข์ปะไพ ผกก.สภ.ช้างใหญ่ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ช้างใหญ่ ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายสุพร หรือโอ่ง ศุภประดิษฐ์ อายุ 23 ปี ชาวจ.กำแพงเพชร นายศรัณย์ หรือแมน ท้าวกัญญา อายุ 21 ปี ชาวจ.พิจิตร พร้อมของกลาง รถจยย. ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 110 ไอ สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน (คันใช้ก่อเหตุ) รถจยย. ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 110 ไอ สีดำ ทะเบียน 5กณ 6500 กทม. 1 คัน รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีดำฟ้าเหลือง ทะเบียน กฆ 6421 กทม. 1 คัน รถจัดการ ยี่ห้อ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีดำชมพูขาว ทะเบียน รบค 669 กทม. 1 คัน อาวุธมีดสปาร์ต้า ความยาว 1 ฟุต 1 เล่ม เสื้อกางเกงที่สวมใส่และปิดปังใบหน้าขณะก่อเหตุ 4 ตัว โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ เอไอเอส สีดำ 1 เครื่อง พระเครื่อง 3 องค์ อะไหล่รถจักรยานยนต์ ประมาณ 15 ชิ้น สามารถจับกุมได้เมื่อเวลา 17.00 น.ของวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา


พ.ต.อ.สถิตย์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่สภ.ช้างใหญ่ รับแจ้งจากนายบุญภพ ยิ่งสวัสดิ์ อายุ 76 ปี ว่า ขณะขี่จยย.กลับจากซื้ออาหารที่ร้านค้าบริเวณศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ เพื่อกลับบ้านพัก แต่ในระหว่างทางบริเวณหมู่ 4 ต.ช้างใหญ่ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้มีคนร้าย 2 ขับ ขี่จยย.ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนตามหลัง ก่อนจะชนท้ายจนจยย.ของผู้เสียหายล้มลง จากนั้น หนึ่งในคนร้ายที่ใช้ผ้าคลุมหน้า ได้ใช้อาวุธมีดสปาต้าจี้ชิงเงินผู้เสียหาย 20 บาท และรถจักรยานยนต์ ก่อนหลบหนีไป ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตรวจภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบ พบก่อนเกิดเหตุคนร้ายเข้าร้านสะดวกซื้อ สาขาชุมชนวัดเชิงเลน จึงเร่งติดตาม จนพบนายสุพร จอดจักรยานยนต์รุ่นเวฟ 110 สีน้ำเงิน ลักษณะตรงกับที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ อยู่ที่ริมถนนหมายเลข 3309 หน้าศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ จึงเข้าตรวจสอบ ปรากฏว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุจริง จึงจับกุมตัว ก่อนขยายผลจับกุมนายศรัณย์ได้

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เคยก่อเหตุชิงรถจักรยานยนต์มาแล้วหลายครั้ง ในพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา และจ.ปทุมธานี มีชื่อเรียกว่า แก๊งพระนคร โดยนายสุพร ทำหน้าที่ใช้อาวุธมีดจี้ข่มขู่ผู้เสียหาย ขณะที่นายศรัณย์ คอยขี่จยย.ให้ มีกลุ่มเป้าหมาย อาทิ ผู้สูงอายุที่ขี่จักรยานยนต์ เมื่อได้รถจยย.มาก็จะนำไปขายให้นายจ้อย หรือนายสุพจน์ เปล่งเพิ่มพูน ซึ่งเป็นเพื่อนและพ่อค้ายาเสพติด ในราคาคันละ 3,000 บาท เมื่อได้เงินมาจะนำไปใช้จ่ายทั่วไปและซื้อยาเสพติด รวมถึง ย้ายที่พักหนีตำรวจ ส่วนสาเหตุที่ทำเพราะนายศรัณย์ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้องพัก ประกอบกับผู้ต้องหาทั้งสองคนพ้นโทษคดีออกมาจากเรือนจำเมื่อเดือนมิถุนายน คดีเกี่ยวกับลักรถจักรยานยนต์ อาวุธปืนและพรากผู้เยาว์ และยังไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ช้างใหญ่ ดำเนินคดี

Advertisement

อีกคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.1 นำโดย พ.ต.อ.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง ปฏิบัติราชการ บก.สส.ภ.1 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่บก.สส.ภ.7 สภ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ทหารกองพลพัฒนาที่ 1 ค่ายศรีสุริยวงศ์ และสำนักงาน ปปส.ภาค 1 ทำการจับกุมนายวราวุฒิ หรือหม่ำ จันทร์เงิน อายุ 40 ปี อาชีพรับจ้างตัดผม ชาวจ.ราชบุรี พร้อมของกลาง ยาบ้า 293 มัด รวม 586,000 เม็ด รถยนต์กระบะแคป ยี่ห้อ เชฟโรเลต สีขาว ทะเบียน บษ 245 ราชบุรี และโทรศัพท์มือถือ ไอโฟน 6 จำนวน 1 เครื่อง สามารถจับกุมได้ที่บ้านพักเลขที่ 113/3 หมู่ที่ 3 ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา

สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ บก.สส.ภ.1 ร่วมกับ บก.สส.ภ.7 ทำการขยายผลเครือข่ายยาเสพติด จนพบความเชื่อมโยงไปถึงเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทั่ง ทราบว่า นายวราวุฒิ ซึ่งทำอาชีพรับตัดผม มีพฤติกรรมลักลอบขนยาเสพติดเครือข่ายของกลุ่มว้าเหนือ จึงวางแผนเข้าจับกุมตัวได้ที่บ้านพัก

สำหรับพฤติกรรมของนายวราวุฒิ จะขับรถกระบะของน้องชายที่ทำอาชีพรับจ้างขนส่งอาหารทะเล ไปรับยาเสพติดจากขบวนการยาเสพติดในพื้นที่ภาคกลาง ชื่อ นายบิ๊ก (ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง) ที่รับยามาจากประเทศเพื่อนบ้านมาอีกต่อหนึ่ง โดยการรับยาเสพติดแต่ละครั้ง นายวราวุฒิจะขับรถกระบะบรรทุกตู้สำหรับแช่อาหารทะเลไว้ด้านหลัง ทำทีเป็นรถส่งอาหารทะเลเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อถึงจุดรับยาเสพติดก็จะเปลี่ยนตู้แช่กับผู้ค้ายาเสพติด ซึ่งนำตู้แช่อาหารทะเลมาแบบเดียวกัน แต่ภายในบรรจุยาเสพติดครั้งละประมาณ 1-4 ล้านเม็ด หากดูจากภายนอกจะเหมือนการส่งอาหารทะเล เมื่อรับยาเสพติดมาแล้ว นายวราวุฒิจะนำมาเก็บไว้ที่บ้านพักย่านปากท่อ จ.ราชบุรี ก่อนรับคำสั่งจากนายบิ๊กให้ไปส่งต่อให้กับลูกค้าในพื้นที่กทม. ย่านพระราม 9 ตามเขตปริมณฑล จ.สุพรรณบุรี จ.เพชรบุรี จ.พระนครศรีอยุธยา และภาคใต้ จากการสอบสวนนายวราวุฒิให้การว่า ทำลักษณะนี้มานาน 2 ปี หากทำสำเร็จ จะได้รับค่าตอบแทนตามเปอร์เซ็นมูลค่ายาเสพติดที่ส่งได้ ตกครั้งละประมาณ 30,000-50,000 บาท

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ดำเนินคดีพร้อมขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป