คดีพิลึก ‘หมอฟ้องคนไข้’ สสจ.สุรินทร์ ชี้ เกิดมาเพิ่งเคยเจอ

8.12.18 | 15:57 น.

ความคืบหน้ากรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ หลังจากนายแพทย์ 2 รายในโรงพยาบาลประจำอำเภอแห่งหนึ่งใน จ.สุรินทร์เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เอาผิดในข้อหาหมิ่นประมาท และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อำนาจเรียกหลักฐานเป็นกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ของ รพ. พร้อมทั้งใบร้องเรียนฉบับจริงเพื่อนำไปพิสูจน์ลายมือและระบุถึงตัวบุคคลที่ประชาชนร้องเรียนผ่านการกรอกแบบฟอร์มแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะถึงปัญหาและพฤติกรรมการให้บริการของนายแพทย์ทั้งสองราย ซึ่งต่อมาทางสำนักงานสาธารณสุข (สสจ.) จังหวัดสุรินทร์ มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเพื่อเตรียมเสนอ ผวจ.สุรินทร์โยกย้ายออกจากพื้นที่นั้น

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้มอบอำนาจให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ (สสจ.) ดำเนินการ โดยเบื้องต้นทราบว่ามีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงนายแพทย์ 2 รายตามที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ในส่วนของการเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการโยกย้ายออกจากพื้นที่หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ สสจ.สุรินทร์ โดยปัจจุบันกำลังพิจารณาในรายละเอียด ส่วนก่อนหน้านี้เคยเกิดกรณีลักษณะเดียวกันในวงการสาธารณสุขขึ้นหรือไม่นั้น อาจจะเป็นครั้งแรก ทั้งนี้ ทาง สธ.จะพยายามติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป

ด้าน นพ.ภูวเดช สุระโคตร นพ.สสจ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า สำหรับกรณีดังกล่าวทาง สสจ.สุรินทร์ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงมาระยะหนึ่งแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างหาหลักฐานพยานและเก็บข้อมูลเพิ่มเติมจนใกล้แล้วเสร็จ คาดว่าจะได้ผลสรุปภายในสัปดาห์หน้า ขณะนี้กำลังรอให้นายแพทย์ 2 รายเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม หลังจากนั้นจึงจะส่งผลสรุปไปยังผู้ว่าฯสุรินทร์พิจารณาตามขั้นตอน หากพิสูจน์ได้ว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่เหมาะสมจริงก็จะต้องให้ผู้ว่าฯสุรินทร์โยกย้ายออกจากพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนที่สอบข้อเท็จจริงยังไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนได้ เนื่องจากเกรงจะมีผลต่อการสอบสวนและอาจเสี่ยงต่อการฟ้องร้องกันอีก ส่วนกรณีเช่นนี้ถามว่าเคยเกิดขึ้นในพื้นที่ จ.สุรินทร์หรือไม่ ยอมรับเป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุหมอแจ้งความคนไข้ลักษณะนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้หมอคนเดียวกันยังเคยแจ้งความคนไข้ ฐานหมิ่นประมาทผ่านพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 หลังโพสต์ข้อความร้องเรียนพฤติกรรมหมอผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวมาแล้วด้วย

นพ.ภูวเดชกล่าวว่า แต่คราวนี้เป็นเรื่องการฟ้องหมิ่นประมาทคนไข้ที่กรอกแบบฟอร์มแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของ รพ. ปกติแล้ว รพ.ทุกแห่งจะต้องเปิดตู้รับฟังความคิดเห็นของประชาชน หรือรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ เพื่อนำข้อมูลมาปรับรูปแบบการให้บริการของ รพ. โดยจะต้องปกปิดข้อมูลของผู้แจ้งตามกฎหมาย แต่หมอกลับตามหาตัวผู้กรอกข้อมูลเพื่อเอาผิด ถามว่าการกระทำแบบนี้ทำได้หรือไม่ หากว่ากันตามกฎหมายแล้วก็สามารถแจ้งความได้เข้าข่ายฐานหมิ่นประมาท แต่หมอส่วนใหญ่เขาไม่ทำกัน เรื่องแบบนี้จึงไม่เกิดขึ้นมาก่อน

“ส่วนตัวอยากฝากถึงคนไข้ที่เข้ามารับบริการที่อาจกลัวว่าหากหมอแจ้งความคนไข้แบบนี้แล้วจะกลัวที่ไม่แสดงความเห็นหรือข้อเสนอแนะ ว่า ประชาชนสามารถแจ้ง ร้องเรียน แสดงความคิดเห็นและมีข้อเสนอแนะได้ตามปกติ โดยข้อมูลนั้นจะเป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่เป็นการใส่ร้ายแพทย์หรือบุคคลใด เพื่อจะได้นำข้อมูลไปพัฒนารูปแบบการบริการของ รพ.ให้ดียิ่งขึ้น” นพ.ภูวเดชกล่าว

Advertisement