อ้างลูกตำรวจควงบีบีกันกราดยิง อาสาเข้าห้ามกลับขับเก๋งพุ่งชน ตร.รู้ตัวออกหมายจับล่าแจ้งข้อหาหนัก

9.12.18 | 13:15 น.

เมื่อวันที่  9 ธันวาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีสื่อนำเสนอข่าวผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งเผยแพร่วีดีโอ พร้อมข้อความระบุว่า มีชายวัยรุ่น อ้างเป็นลูกตำรวจ ขับรถยนต์เก๋งตั้งใจขับรถพุ่งชนตน 2 ครั้ง แต่ตนสามารถหลบทัน ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย เหตุเกิดท้องที่ สภ.คลองหลวง ภ.จว.ปทุมธานี ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลาย ว่าได้รับรายงาน จาก สภ.คลองหลวง ภ.จว.ปทุมธานี ว่า เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2561 เวลาประมาณ 19.00 น.นาย ศิริชัย ผอบเหล็ก อายุ 31 ปี อาสาสมัครตำรวจ สภ.คลองหลวง ได้เดินทางมาแจ้งว่า เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2561 เวลาประมาณ 16.15 น. ก่อนเกิดเหตุ ตนได้รับแจ้งเหตุจาก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ของหอพักซูมคอนโด หมู่ 6 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ว่าผู้ก่อเหตุ มีบุคคลเป็นวันรุ่นชาย รูปร่างผอม เข้ามาก่อกวนโดย นำอาวุธปืนบีบีกันดัดแปลง มายิงในลานจอดรถ ตนจึงเข้าไปเจรจาไกล่เกลี่ยให้ออกไปจากพื้นที่เนื่องจากเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล หลังจากนั้น ด้วยความที่ผู้ก่อเหตุไม่พอใจตน จึงขับรถยนต์พยายามที่จะขับชนผู้แจ้ง ผู้แจ้งหลบได้ทันทำให้ชนรถจักรยานยนต์ของผู้อื่นได้รับความเสียหาย จากนั้นตนพยายามพูดเจรจาให้ออกไปจากพื้นที่ แต่ผู้ก่อเหตุก็ขับรถยนต์ วนกลับมาพยายามที่จะชนตนอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็หลบหนีไป


พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องได้ออกไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพ ทำแผนที่เกิดเหตุโดยสังเขป รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดย ขณะนี้ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับก่อเหตุ มาดำเนินคดีในฐานความผิด “ พยายามฆ่า, ทำให้เสียทรัพย์, ขับรถโดยประมาท และความผิด ตาม พ.ร.บ.จราจรฯ” โดยจากการสืบสวนสอบสวนในเบื้องต้น ทราบว่าสาเหตุมาจากการความไม่พอใจอาสาสมัครตำรวจคนดังกล่าว เข้าไประงับเหตุ แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้งไปจะได้สืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่อไป

รองโฆษก ตร.กล่าวต่ออีกว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ โดยขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่า การกระทำในลักษณะดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดฐาน พยายามฆ่า ทำให้เสียทรัพย์ ขับรถโดยประมาท มีโทษทั้งจำทั้งปรับ เป็นการกระทำที่ละเมิดต่อกฎหมายบ้านเมือง และสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ที่ผ่านมาเกิดความเสียหายจากการใช้ความรุนแรงลักษณะนี้หลายครั้งสามารถเป็นอุทาหรณ์ได้อย่างดี แนะนำให้แก้ปัญหาด้วยสันติวิธี ใช้การพูดคุยปรับความเข้าใจ ซึ่งคดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนจะติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพราะถือว่าเป็นคดีสร้างความตื่นตระหนกให้แก่พี่น้องประชาชน

Advertisement

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก ชัย ดำรงธรรม