ฉลาดแกมโกงของจริง!! จับ 7 ชาวจีน ปลอมพาสปอร์ตรับจ้างเข้าสอบภาษาเอซีที เรียนต่ออเมริกา

10.12.18 | 13:36 น.

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ฐานะรอง ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ร่วมกับนายอิง ฮั่น ตาน ผู้แทนสถาบันภาษาจากประเทศจีน แถลงว่า ศปอส.ตร. จับกุมนายหวัง จี่ อายุ 27 ปี น.ส.ฮวง ลี่ อายุ 27 ปี น.ส.หลิน เจี่ย อายุ 28 ปี น.ส.เชิน จวน อายุ 33 ปี และนายเหยา ไมเคิล หลี่ สัญชาติอเมริกัน อายุ 30 ปี ผู้ต้องหารับจ้างสอบภาษาแทนบุคคลอื่นโดยใช้หนังสือเดินทางปลอมเพื่อแสดงตนเข้าสอบ พร้อมของกลางพาสปอร์ตปลอม 15 เล่ม


พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจ ตม. จ.นครปฐม รับแจ้งจากสถาบันการทดสอบระดับอุดมศึกษาสหรัฐอเมริกา (เอซีที) ที่จัดการสอบวัดระดับทักษะการสื่อสารสำหรับศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกา จัดที่มหาวิทยาลัยมหิดลวิทยาเขตศาลายา จ.นครปฐม ตรวจสอบพบว่ามีชาวจีนรายหนึ่ง ชำระเงินค่าสอบผ่านบัตรเครดิตให้กับชาวจีนที่เป็นผู้เข้าสอบทั้ง 5 ราย ซึ่งทั้งหมดไม่สามารถตอบคำถามข้อมูลส่วนตัวตรงตามที่พาสปอร์ตระบุไว้ จึงประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า ซักถามผู้ต้องหาทั้ง 5 คน รับสารภาพว่ารับจ้างมาเข้าสอบที่เอซีทีแทนผู้สมัครตัวจริง โดยมีเอเยนต์ในประเทศจีนติดต่อหาลูกค้านักศึกษาชาวจีน พร้อมจัดการหาที่พักพิง ค่าเดินทาง และหนังสือเดินทางปลอมที่มีชื่อและข้อมูลของผู้สมัครสอบตัวจริงโดยรูปในหนังสือเดินทางจะเป็นรูปของผู้รับจ้างมาสอบ โดยเดินทางเข้ามาประเทศไทยด้วยพาสปอร์ตและวีซ่าจริง เมื่อทำการทดสอบเสร็จจะนำพาสปอร์ตปลอมทิ้งไปก่อนเดินทางกลับประเทศด้วยหนังสือเดินทางจริง โดยรับค่าจ้าง 10,000-20,000 หยวน หรือประมาณ 40,000-80,000 บาท ราคาต่างกันขึ้นอยู่กับว่าต้องการคะแนนสูง หรือต้องการผ่านการทดสอบ สำหรับคะแนนดังกล่าวประเมินการศึกษาต่อในประเทศสหรัฐอเมริก

ผบช.สตม.กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา รับประสานจากผู้จัดสอบเอซีที โรงเรียนนานาชาตินิสท์ สุขุมวิท ซ.14 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ว่าตรวจสอบผู้เข้าสอบชาวจีน 2 ราย คือ นายเฮอ หลิน อายุ 28 ปี และนายฮวง เสี่ยวฟาน อายุ 39 ปี ไม่สามารถตอบคำถามข้อมูลส่วนตัวตรงตามหนังสือเดินทางเช่นเดียวกัน เมื่อสอบสวนขยายผลพบว่า นายเฮอ หลิน มีหนังสือเดินทางปลอมถึง 8 เล่ม รับสารภาพว่าเคยใช้หนังสือเดินทางดังกล่าวไปทำการสอบที่ประเทศฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม และอีกหลายประเทศ สำหรับขบวนการดังกล่าวจับเป็นกรณีแรกของประเทศไทย จากพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายการกระทำผิดตามลักษณะบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง จึงเชิญตัวผู้กระทำผิดทั้ง 7 รายไปทำการบันทึกถ้อยคำ พร้อมยึดหนังสือเดินทางรวมทั้งหมด 15 เล่ม โดยแจ้งข้อกล่าวหา “ปลอมและใช้หนังสือเดินทางปลอม โดยประทับตราของเจ้าพนักงานปลอมฯ” ขณะที่นายเฮอ หลิน ถูกแจ้งเพิ่มอีกข้อหา คือ “มีไว้เพื่อจำหน่ายหนังสือเดินทางปลอม” ก่อนจะเสนอให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรต่อไป

Advertisement

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า จากการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า (ขาเข้า)สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ก็นำมาซึ่งขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นหน้าที่ของ สตม.ที่จะทำการคัดกรองและป้องกันไม่ให้คนร้ายเข้ามาทำความผิดในประเทศ รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการนำพาบุคคลเหล่านี้เข้ามาอีกด้วย
ด้าน นายอิงกล่าวว่า ทางสถาบันเอซีที จะดำเนินการด้วยความยุติธรรมกับผู้เข้าสอบทุกราย ซึ่งการทุจริตสอบดังกล่าวจะทำลายความน่าเชื่อถือของสถาบันอย่างมาก เนื่องจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ให้ความไว้ใจกับผลการทดสอบสถาบันซึ่งเป็นที่ยอมรับในสากล จึงขอขอบคุณ สตม.ที่จับกุมกลุ่มผู้ต้องหาขบวนนี้