เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร บึงกาฬ – หนองคาย จะไปเยี่ยมชมโรงงานต้นแบบการผลิตน้ำตาลเซลลูโลสจากชานอ้อยด้วยระบบประหยัดพลังงานแห่งแรกในเอเชีย ผลงานความร่วมมือของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กับองค์การพัฒนาพลังงานใหม่และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ประเทศญี่ปุ่น (NEDO) หรือเนโด ทั้งนี้ โรงงานต้นแบบผลิตน้ำตาลเซลลูโลสจากชานอ้อย ตั้งอยู่ที่ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี มีกำลังการผลิต 15 ตันชานอ้อยต่อวัน หรือคิดเป็น 5,000 ตันชานอ้อยต่อปี สามารถผลิตน้ำตาลเซลลูโลสได้ 3.7 ตันต่อวัน หรือคิดเป็น 1,400 ตันต่อปี ซึ่งสามารถนำไปผลิตเป็นเอทานอลได้เท่ากับ 700,000 ลิตรต่อปี
นายสุวิทย์ กล่าวว่า โรงงานต้นแบบนี้จะเป็นทางเลือกใหม่ของการผลิตวัตถุดิบจำพวกน้ำตาลจากวัสดุเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมผลิตน้ำตาลของไทย ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือทิ้งจากการแปรรูปขั้นต้นอย่างชานอ้อยมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น น้ำตาลเซลลูโลส โอลิโกแซคคาไรด์ และ โพลีฟีนอล เป็นต้น ซึ่งใช้พลังงานที่น้อยกว่าเทคโนโลยีที่ใช้อยู่ปัจจุบัน น้ำตาลเซลลูโลสที่ผลิตได้นั้นสามารถนำไปผลิตเป็นเอทานอลเพื่อนำไปผสมกับน้ำมันเบนซินสำหรับผลิตเป็นแก๊สโซฮอล์ได้ ส่วนโอลิโกแซคคาไรด์และโพลีฟีนอลซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้สามารถนำไปผลิตเป็นอาหารเสริมสำหรับสัตว์และส่วนผสมในเครื่องสำอางได้
“เชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นแรงผลักดันการพัฒนาความร่วมมือในการแสวงหานวัตกรรมด้านพลังงานทดแทนที่เกิดจากความร่วมมือในระดับนานาชาติขององค์การเนโด และ สนช. พร้อมทั้งจะเป็นแหล่งถ่ายทอดองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อภาคการศึกษาและภาคการผลิตในการเรียนรู้เพื่อดำเนินการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องที่จะช่วยสนับสนุนให้เกิดผลสำเร็จในการสร้างนวัตกรรมด้านพลังงานทดแทนของประเทศต่อไป” นายสุวิทย์ กล่าวและว่า เทคโนโลยีนี้จะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยิ่งใหญ่ ไม่เพียงแต่ จ.อุดรธานี แต่หมายรวมถึงการพัฒนาภาคเกษตรกรรมของประเทศไทย อีกทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถพัฒนาธุรกิจให้เติบโตขึ้นในอนาคตได้

