กรณีคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินแถลงผลการตรวจสอบโครงการประดับไฟตกแต่งไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว (Motif Of Light) หรืออุโมงค์ไฟแอลอีดี 5 ล้านดวง มูลค่า 39.5 ล้านบาท ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่ดำเนินการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมื่อช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 และมีมติเป็นเอกฉันท์ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทำสำนวนส่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในสัปดาห์หน้า เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร น.ส.ปราณี สัตยประกอบ ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว นายธวัชชัย จันทร์งาม ผู้อำนวยการกองการท่องเที่ยว สำนักวัฒนธรรมฯ นายยศศักดิ์ คงมาก ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และคณะกรรมการกำหนดเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) อีก 5 คน รวม 9 คน และบริษัทเอกชน 3 บริษัท พร้อมส่งเรื่องให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) พิจารณาพักราชการผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไปพร้อมกันด้วยนั้น
เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ที่ศาลาว่าการ กทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เปิดแถลงว่า ขอยืนยันว่าการจัดงานประดับไฟดังกล่าวเป็นนโยบายที่ถูกต้องแล้ว และหากจะถามว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ให้ดูว่ามีคนเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนกว่า 1.7 ล้านคน มีการใช้จ่ายกว่า 10 ล้านบาท ตลอด 33 วันของการจัดงาน และไม่ใช่ครั้งแรกที่ใช้งบประมาณเพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยว และเชื่อว่าจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย โดยจากการของบประมาณประจำปี 2559 นั้น กทม.ของบประมาณด้านการท่องเที่ยวไป 50 ล้านบาท แต่ถูกตัดเหลือ 24 ล้านบาท จึงต้องใช้อำนาจของผู้ว่าฯกทม.ในการดำเนินการ อีกทั้งเรื่องดังกล่าวไม่ใช่คิดจะทำก็ทำเลย แต่มีการคิดมานานแล้ว หากไม่ถูกต้อง สตง.ควรทักท้วงตั้งแต่แรก เพราะมีตัวแทนของ สตง.ประจำอยู่ที่ กทม.อยู่แล้ว
“คิดว่าประหลาดมากที่การดำเนินโครงการด้านเอกสารยังไม่ทันเสร็จก็บอกแล้วว่าผิด ผมไม่รู้ว่าทำไมถึงใช้วิธีนี้กับ กทม. แต่ขอให้ใช้กับหน่วยงานอื่นๆ ด้วยก็แล้วกัน ส่วนที่บอกว่าผมหนีไม่ยอมไปให้ข้อมูลนั้น ขอยืนยันว่าไม่ได้หนี แต่ได้มอบหมายให้รองผู้ว่าฯกทม.เป็นตัวแทนผมเข้าไปชี้แจงกับ สตง.แล้ว ถือว่าผมส่งคนที่รู้รายละเอียดทั้งหมดไปให้ข้อมูล ซึ่งผมก็จะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบต่อไป ไม่ขออะไรมาก ขอให้หน่วยงานที่ตรวจสอบอ่านเอกสารที่ส่งไปให้ครบก็แล้วกัน ผมถือว่ามติของ สตง.ยังไม่ใช่การระบุว่าใครผิด เป็นแค่การเริ่มต้นกระบวนการตรวจสอบเท่านั้น ผมก็จะทำงานต่อไป ต่อไปนี้ใครที่บอกว่าผมหรือลูกน้องของผมทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการประจำผิด จะไม่ไว้หน้าแล้ว จะดำเนินการตามกฎหมาย ผมเป็นห่วงลูกน้องของผม ใครที่เขียนว่าลูกน้องผมผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที ผมต้องขอความเป็นธรรม และขอให้องค์กรที่ตรวจสอบให้ความเป็นธรรมกับผมและลูกน้องของผมด้วย” ผู้ว่าฯกทม.กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการฟ้องร้อง สตง.ด้วยหรือไม่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวว่า เรื่องนี้ขอปรึกษาทนายและทีมงานก่อน เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์มีการแถลงระบุว่าจะขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้มาตรา 44 ปลดออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ผมไม่รู้ ไม่ได้ฟังแถลง นึกว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ชอบมาตรา 44 เสียอีก” ผู้สื่อข่าวถามว่าภายหลังจากดำรงตำแหน่งครบวาระแล้วจะลงเล่นการเมืองในระดับประเทศหรือไม่ ผู้ว่าฯกทม.กล่าวว่า “ตอนนี้มีอยู่พรรคเดียวคือพักผ่อน” จากนั้นได้เดินออกจากห้องแถลงข่าวไปโดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวซักถาม
ต่อมา นพ.พีระพงษ์ สายเชื้อ ปลัด กทม. นำข้าราชการและลูกจ้างในสังกัด กทม.จำนวนมากมาร่วมตั้งแถวทยอยเข้ามอบดอกกุหลาบให้กำลังใจ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ที่ห้องทำงาน โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์รับมอบดอกไม้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมไหว้และกล่าวคำขอบคุณข้าราชการที่ไปรอให้กำลังใจตลอดทาง โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวว่า “เรื่องครั้งนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับองค์กร เพื่อนร่วมงานถูกกล่าวหา ดังนั้นจะสู้จนสุดชีวิต”
ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรค ปชป. ในฐานะอดีตประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาผู้แทนฯ แถลงว่า ขอชื่นชมการทำงานของ สตง. ที่สรุปข้อมูลผลการตรวจสอบตรงกับหลักฐานที่ตนให้ แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงดำเนินการเอาผิดกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์เพียงคนเดียว ทั้งที่รองผู้ว่าฯกทม.ทั้ง 2 คนคือ นายอมร กิจเชวงกุล ซึ่งเป็นผู้ลงนามเสนอโครงการ และ นายจุมพล สำเภาพล ซึ่งเป็นผู้ลงนามอนุมัติงบประมาณ ต้องมีความผิดด้วย ตนจะไปยื่นหนังสือให้ สตง.ตรวจสอบในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้อยากให้ สตง.เสนอให้กระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ควรให้ กทม.ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนกันเอง
นายวิลาศกล่าวว่า อยากให้ สตง.เร่งดำเนินการตรวจสอบการทำงานของรองผู้ว่าฯกทม. 3 คน ที่เคยยื่นร้องเรียนเรื่องที่ส่อทุจริตไว้ ทั้งเรื่องกล้องซีซีทีวี จัดซื้อเปียโน จัดซื้อเครื่องจักรที่ไม่สามารถนำมาใช้งานได้ และการแต่งตั้งโยกย้ายใน กทม. ทุกเรื่องมีหลักฐานชัดเจน ส่งมอบให้ สตง.ไปแล้ว ขณะเดียวกันอยากให้ สตง.ตรวจสอบบริษัท ซึ่งคนใน กทม.รู้จักดีในชื่อของทัวร์ก้อย และชนะการประกวดราคาได้รับงานของ กทม.ทุกงาน แม้บางงานจะไม่เกี่ยวข้องกับงานทัวร์ แต่มีการเปลี่ยนวัตถุประสงค์ในการประมูลงานเพื่อให้ได้รับงานนั้นๆ โดยเสนอราคาที่ต่ำกว่าราคาเพียงเล็กน้อย อยากให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าไปตรวจสอบ
นายวิลาศกล่าวว่า สตง.ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) น่าจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาเพื่อเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการปลดหรือย้ายผู้ว่าฯกทม.และผู้บริหารที่ถูกกล่าวหาทั้งหมดออกจากตำแหน่งด้วย ถ้าปล่อยไว้จะยังคงมีหลายโครงการที่ส่อทุจริต อาทิ การจัดซื้อเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ เครื่องละ 9 แสนบาท ที่ไม่สามารถใช้งานได้จริง และรถขัดพื้นคันละ 6 ล้านบาท ที่ซื้อไปแล้ว 20 คันแต่ยังจอดเก็บไว้ไม่นำออกมาใช้งาน ซึ่งกำลังจะซื้ออีก 30 คันส่งไปยังสำนักงานเขต
“ผมไม่คาดหวังว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์จะแสดงสปิริตและมีจิตสำนึกเหมือนกับนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. ที่เคยลาออกจากตำแหน่งกรณีรถดับเพลิงมาแล้วและการชี้มูลของ สตง.ก็ไม่ได้มีผลให้มีผลให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย” นายวิลาศกล่าว
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า พรรคได้แสดงจุดยืนชัดเจนไปแล้ว ขณะนี้ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้เนื่องจากพรรคไม่สามารถดำเนินกิจกรรมหรือประชุมกับทาง กทม.ได้
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีผู้ว่าฯกทม.สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้หรือไม่นั้นว่า ได้ ไม่มีปัญหาอะไร จนกว่าจะมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้น แต่ขณะนี้ยังไม่เกิดขึ้น เหมือนกับคนที่อยู่ในข่ายอย่างนี้มีจำนวนมากในประเทศไทย จนกระทั่งไปถึงจุดหนึ่งที่จะมีการระบุชัด เรื่องที่ปรากฏนั้นเป็นการพบและตั้งข้อสังเกตของ สตง.ที่จะต้องแจ้งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สตง.ไม่สามารถไปลงโทษใครได้ เพราะสามารถทำได้สองอย่างในทุกเรื่องคือแจ้งเจ้าตัวให้ชี้แจงและแจ้งไปยัง ป.ป.ช.เท่านั้น เมื่อถามว่าหากเรื่องไปถึง ป.ป.ช. มีมติออกมาลักษณะเดียวกัน สตง.จะดำเนินการอย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า ถ้าไปถึงขั้นนั้นก็เป็นอีกเรื่อง หรือ คสช.ออก
คำสั่งหัวหน้า คสช.เหมือนที่ออกคำสั่งให้บุคคลหยุดปฏิบัติพักการงานก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อถามว่า ในกรณีนี้เข้าข่ายที่ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ตรวจสอบด้วยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ ได้ยินว่า สตง.จะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.อยู่แล้ว เมื่อส่งไปแล้วเรื่องทั้งหมดก็จะมาอยู่ที่ ศอตช.ที่จะต้องกรองอยู่ดี
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ได้รายงานมา ได้รับทราบข้อมูลจากสื่อเท่านั้น เพราะยังไม่ทราบว่าจะเข้ามาถึง ศอตช. และนำไปสู่การระงับการปฏิบัติหน้าที่เหมือนท้องถิ่นอีกหรือไม่ ต้องให้ สตง.และ กทม.มาชี้แจงเหตุผล อย่างไรก็ตามคงต้องรอให้เสร็จสิ้นกระบวนการของ สตง.ก่อน เพราะเป็นองค์กรอิสระคงจะไม่เข้าไปก้าวก่าย ผู้สื่อข่าวถามว่าอย่างกรณีท้องถิ่นอื่น เมื่อ สตง.ชี้มูลแล้วจะมีการระงับการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า ไม่ใช่ จะเสนอรายชื่อมาพร้อมเหตุผลว่ามีความผิดในลักษณะที่ควรจะต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ ทางหน่วยงานที่ตรวจสอบจะเป็นผู้เสนอรายชื่อมา ดังนั้นต้องรอให้ สตง.ชี้มูลมาก่อนว่าจะถึงขั้นต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ก่อนที่ ศอตช.จะมาพิจารณาอีกครั้ง
พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า ป.ป.ช.ยังไม่ได้รับการรายงานจาก สตง. หากรับเรื่องแล้วจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และจะตั้งคณะกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริงและคณะกรรมการไต่สวนเพื่อตรวจสอบไปตามขั้นตอนกฎหมาย ในส่วนของผู้ว่าฯ ยังไม่ถึงขั้นที่จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ต้องเป็นไปตามขั้นตอน
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ยังจำคำว่าความรับผิดชอบทางการเมืองสำคัญกว่าความรับผิดชอบ
ทางกฎหมายได้หรือไม่ ในอดีตเคยอภิปรายนายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เรื่องคำแถลงการณ์ร่วมไทยกัมพูชาในสภา กรณีปราสาทพระวิหารว่าอาจทำให้เสียดินแดน แต่ความจริงปรากฏว่าคำแถลงการณ์ร่วมเป็นประโยชน์ต่อประเทศและทำให้ไทยปกป้องดินแดนได้ นายนพดลแสดงสปิริตลาออกทั้งๆ ที่ตัวเองไม่ผิด ดังนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ควรจะพิจารณาตัวเอง ด้วยการลาออกเพื่อแสดงสปิริต
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ยังไม่ได้ส่งเรื่องมาที่กระทรวงมหาดไทย หากส่งเรื่องมาแล้ว ตนพร้อมดำเนินการสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงทันที

