พี่คล้าว2018 ไม่จบ!! น.เปลี่ยนทีมสอบสวน จ่อเพิ่มข้อหาฉ้อโกง -พ.ร.บ.คอมฯนักข่าวท้องถิ่นร่วม

14.12.18 | 15:08 น.

จากกรณีนายสุรัตน์ แผ้วเกตุ หรือ พี่คล้าว 2018  หนุ่มเลี้ยงกระบือ โพสต์เฟซบุ๊กเรี่ยไรเงินไถ่ตัวควาย “เจ้าทองคำ” ในราคา 100,000 บาท โดยไม่ระบุว่ามีนายบุญเลิศ กาฬภักดี นายก อบต.สุขเดือนห้า เป็นเจ้าของควาย ก่อนที่นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความพร้อมด้วยเจ้าของควาย เข้าแจ้งความเอาผิดกับนายสุรัตน์ในความผิดฐาน ฉ้อโกง,เรี่ยไรเงิน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เนื่องจากไม่ได้เป็นการไถ่ชีวิตสัตว์ตามจริงแต่อย่างใด ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น


เมื่อเวลา 13.00น. วันที่ 14 ธันวาคม ที่สน.คันนายาว  นายรัชพล ศิริสาคร ทนายความ ประธาน ชมรมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม เพจสายตรงกฎหมาย พร้อมด้วย นายสุรัตน์ หรือ พี่คล้าว2018 และ หนึ่งในพยานผู้บริจาคเงินไถ่ชีวิต เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว เพื่อรายงานตัวตามนัดหมาย พร้อมนำหลักฐานรายชื่อประชาชนที่บริจาคเงินเข้ายื่นพนักงานสอบสวน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

นายรัชพล กล่าวว่า หลังจากที่นายสุรัตน์ ได้เดินทางเข้ารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อชี้แจงต่อกรณีเรี่ยไรเงินรับบริจาคไถ่ตัวเจ้าทองคำ ก่อนจะได้รับการปล่อยตัว ซึ่งนายสุรัตน์ไม่ได้มีพฤติกรรมหลบหนี และในวันนี้ได้พาพยาน พร้อมเอกสารรายชื่อผู้ที่ร่วมบริจาคเงินรวมแล้ว 21 ราย มามอบต่อเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ อย่างไรก็ตาม หากเป็นการโกงจริงตนคิดว่า พยานที่ออกมายืนยันกว่า 10 คนว่าไม่เป็นการหลอกลวงนั้น คงมีน้ำหนักมากกว่า ซึ่งทุกคนต่างไม่ใช่ญาติ และไม่ได้รู้จักกันอย่างแน่นอน

Advertisement

ขณะที่นายสุรัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้รู้สึกสบายใจมากขึ้นที่มีคนออกมายืนยันความบริสุทธิ์ ตนขอยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะหลอกลวงแต่อย่างใด และพยานกว่า 21 ราย บางคนอาจไม่สะดวกมาเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันนี้ แต่ทั้งหมดไม่ใช่คนรู้จักหรือญาติตนอย่างแน่นอน สำหรับความเป็นอยู่ของเจ้าทองคำนั้น ตอนนี้มีอาการร้อนในและเท้าพองบ้าง แต่ก็กินหญ้าร่าเริงปกติ

พยานที่ร่วมบริจาคเงิน กล่าวยืนยันอีกเสียงว่า ตนได้ร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเจ้าทองคำไปจำนวน 500 บาท ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งตนเห็นว่านายสุรัตน์ ไม่ได้มีเจตนาที่จะหลอกลวงแต่อย่างใด

ส่วนความคืบหน้าของคดีความนั้น ทนายรัชพล กล่าวว่า ขณะนี้ข้อมูลยังอยู่ในชั้นสอบสวน อาจต้องใช้เวลาตั้งแต่ครึ่งเดือนถึง 2 เดือนกว่าเจ้าหน้าที่จะสรุปสำนวนและจะสั่งฟ้องนายสุรัตน์หรือไม่

ในเวลาต่อมา พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว ได้ชี้แจงต่อสื่อถึงการทำคดีดังกล่าว โดยยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนตามกฎหมายโดยตลอด ซึ่งระหว่างการแถลงข่าว นายสุรัตน์ พร้อมกับทนายและพยาน ร่วมนั่งฟังด้วย

พ.ต.อ.สิงห์ กล่าวว่า จากหลักฐานข้อมูลการโพสต์เฟซบุ๊กของนายสุรัตน์ พบว่ามีพัฒนาการนับตั้งแต่เจ้าทองคำเริ่มดัง คือ มีการเปลี่ยนรูปแบบภาษา และรูปภาพสวยงามขึ้น ไปจนถึงมีการสร้างเพจ จึงเชื่อว่าอาจมีผู้ร่วมกระทำผิดอื่นร่วมด้วย ซึ่งมีหลักฐาน เป็นคลิปการสัมภาษณ์นายสุรัตน์ ที่น.ส.เอ นักข่าวท้องถิ่น จ.ชัยนาท เผยแพร่และเมื่อตนได้สอบถามไปยังสำนักข่าวต่างๆ จึงทราบว่าหากเป็นคลิปจริงจะไม่มีการนำเสนอในลักษณะตามที่ปรากฎ ต่อไปจะมีการพิจารณาดำเนินคดี ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง” และ นำเข้าข้อมูลเท็จ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพิ่มเติมพร้อมขยายผลติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินการด้วย

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการแถลงข่าว ผกก.สน.คันนายาว ได้เปิดคลิปวิดีโอระหว่างการสอบปากคำนายบุญเลิศ นายก อบต.สุขเมืองห้า เจ้าของควายทองคำโดยมีใจความบางตอนที่นายบุญเลิศกล่าวยืนยันว่า นายสุรัตน์ ได้ขอซื้อเจ้าทองคำ แม้ว่าตนจะย้ำไปแล้วว่าควายพันธุ์นี้มีราคาสูงถึง 1 แสนบาท นายสุรัตน์ยังยืนยันว่าขอเวลาเกี่ยวข้าวขายก่อน ซึ่งตนก็คิดว่านายสุรัตน์ไม่มีปัญญาซื้อแน่ๆ แต่ไม่คิดว่านายสุรัตน์จะไปทำการเรี่ยไรโดยไม่บอกว่าตนเป็นเจ้าของ

“สำหรับการยึดเจ้าทองคำมาเป็นของกลางในคดีนั้น เนื่องจากได้มีการแจ้งข้อหาฟอกเงินกับนายสุรัตน์ ซึ่งได้นำเงินจากการรับบริจาคไปแปรสภาพเป็นควาย จึงต้องยึดมาเป็นของกลางตามกฎหมาย หากควายเป็นอะไรขึ้นมา ตำรวจต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว” พ.ต.อ.สิงห์ กล่าวและว่า กรณีที่นายสุรัตน์ และทนายความได้ไปร้องเรียนต่อกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) เพื่อให้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน และขอให้ถอนข้อหานั้น ก็เป็นการพิจารณาของผู้บังคับบัญชา ซึ่งในขั้นตอนการสอบสวนนั้น เราต้องการทราบข้อเท็จจริงว่าผู้ใดเป็นผู้นำส่งคลิปของนายสุรัตน์ มาให้ออกอากาศและเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ เพื่อนำมาประกอบการสอบสวนเท่านั้น และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย จึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนชุดใหม่ วันนี้จึงได้ชี้แจงให้กับพี่น้องประชาชนรับทราบและเข้าใจกับกรณีดังกล่าว