จับคู่รักตีตั๋วหนังรอบดึก เมียสาวสวยดอดย่องงัดร้านมือถือ เดือนเดียวกวาด 3 ห้าง ผัวอ้างไม่รู้เรื่อง!

14.12.18 | 15:41 น.

จากกรณีมีผู้โพสต์คลิปวิดิโอจากกล้องวงจรปิด เผยแพร่ภาพหญิงสาวหน้าตาดี สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้นเข้าไปงัดตู้ร้านขายโทรศัพท์ ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งรวมกว่า 14 ร้าน ได้ทรัพย์สินเป็น โทรศัพท์มือถือ และไอแพดโปร รวมมูลค่าความเสียหายแล้วกว่า 100,000 บาทนั้น


เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ต.อ.ชนิน วชิรปาณีกูล รองผบก.น.9 พร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิรัฐ พุ่มกุมาร ผกก.สน.ท่าข้าม พ.ต.อ.เฉลิมพรรษ์ เปาอินทร์ ผกก.สน.ภาษีเจริญ พ.ต.ท.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ รองผกก.สส.สน.ท่าข้าม พ.ต.ท.โชตินันท์ โชติเนตร สว.สส.สน.ท่าข้าม ฝ่ายสืบสวนบก.น.9 และฝ่ายสืบสวน.สน.ภาษีเจริญ ร่วมกันจับกุมตัว นางสาวปวีณา เสือพิทักษ์ หรือ ก้อย อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลธนบุรี เลขที่ 825/2561 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2561 ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” และนายชโลธร จันทโรจน์ อายุ 24 ปี ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะ” สามารถจับกุมได้เมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ชนิน ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนบก.น.9. ฝ่ายสืบสวนสน.ท่าข้าม และ ฝ่ายสืบสวนสน.ภาษีเจริญ ได้ร่วมกันติดตามตัวคนร้ายที่มีรูปพรรณสัณฐานตรงกับในภาพกล้องวงจรปิดภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่ปรากฏตามกล้องวงจรปิด กระทั่งพบว่าคนร้ายรายนี้ชื่อนางสาวปาวีณา ซึ่งตรงกับคนร้ายที่เคยก่อเหตุในพื้นที่สน.ท่าข้าม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการออกหมายจับกระทั่งสามารถจับกุม 2 สามีภรรยา คือนางสาวปวีณาและนายชโลธร

พ.ต.อ.อภิรัฐ เปิดเผยว่า สำหรับในส่วนของคดีท่าข้ามนั้นเกิดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ช่วงเวลา 22.00 น. ต่อเนื่องคืนวันมี่ 9 ธันวาคม ช่วงเวลา 01.00 น. ได้ขับขี่รถจักยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กย 212 ชลบุรี เข้าไปจอดในห้างสรรพสินค้าย่านพระราม 2 ทำทีเข้ามาเดินเข้ามาดูโทรศัพท์มือถือบริเวณตู้โชว์ ร้านโมบายโฟนและขโมยโทรศัพท์จำนวน 2 เครื่องราคา 5,180 บาท และแมมโมรี่ 2 อัน ราคา1,200 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 6,380 บาท
พ.ต.อ.อภิรัฐ กล่าวต่อว่า จากการสอบปากคำนางสาวปวีณา ให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุดังกล่าวจริง เนื่องจากเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนตกงาน จากนั้นช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ได้ก่อเหตุครั้งแรกที่ห้างสรรพสินค้าเมเจอร์ ปิ่นเกล้า ในพื้นสน.บางยี่ขัน แล้วเห็นว่าสามารถก่อเหตุได้สำเร็จจึงมาทำอีกครั้งในวันที่ 9 ธันวาคม ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพระราม 2 ในพื้นที่สน.ท่าข้าม โดยโทรศัพท์มือถือไปจำนวน 16 เครื่อง และอุปกรณ์โทรศัพท์อีกจำนวนมาก จากนั้นได้ก่อเหตุอีกครั้งที่ห้างสรรพสินค้าซีคอน บางแค ในพื้นที่สน.ภาษีเจริญ ที่ปรากฎตามคลิป สำหรับการเลือกห้างสรรพสินค้านั้นจะเลือกห้างที่มีโรงภาพยนตร์เนื่องจากจะมีการฉายภาพยนตร์ในรอบดึกจากนั้นก็จะทำทีออกมาจากโรงภาพยนตร์ก่อนจะเดินผ่านเข้าสู่โซนโทรศัพท์และทำการก่อเหตุ โดยจะนำโทรศัพท์ที่ได้มาทั้งหมดไปขายให้กับชาวต่างด้าวในราคาที่เท่ากับราคาที่ร้านตั้งไว้ จากนั้นก็ทำเงินไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายทั่วไป ขณะที่นายชโลธร ให้การว่า มีอาชีพเป็นช่างขายอะไหล่รถยนต์  ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นในการก่อเหตุของนาวสาวปวีณา ซึ่งนางสาวปวีณาจะออกอุบายชวนไปดูหนังที่โรงภาพยนตร์จากนั้นเมื่อหนังเลิกก็จะทำทีไปเข้าห้องน้ำและแอบไปก่อเหตุ
ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะฝ่ายหญิงก่อเหตุ

 

Advertisement