เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 15 ธันวาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.กก.3 บก.ปอท. และ พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หลังกระทำการหลอกลวงขายสินค้าผ่านทางเฟซบุ๊ก จำนวน 2 คดี ซึ่งมีผู้เสียหายรวมแล้วกว่า 450 ราย รวมมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 7,450,000 บาท
คดีแรก จับกุม นายอุเทน พรหมเดช อดีตสจ๊วตสายการบินโลว์คอสต์แห่งหนึ่งหลอกขายสินค้าแบรนด์เนมผ่านเฟซบุ๊ก ชื่อ Uten Grabbitcrew ,Uten Promdech หรืออินสตาแกรม G_Rabbitcrew และไอดีไลน์ @jsj2638e มีผู้เสียหายรวมแล้วกว่า 50 ราย มูลค่ารวม 7 ล้านบาท
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า นายอุเทนใช้ช่องทางดังกล่าวเพื่อประกาศรับสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าโดยที่ยังไม่มีของอยู่ในมือ หรือพรีออเดอร์ ซึ่งได้มีผู้เสียหายสั่งกระเป๋ายี่ห้อ Chanel Boy 10 ในราคา 144,000 บาท ซึ่งมีราคาถูกกว่าท้องตลาด แต่เมื่อโอนเงินชำระค่าสินค้าแล้วกลับไม่ได้สินค้าตามที่ได้ตกลง หรือโฆษณาไว้ นอกจากนี้ยังรับสั่งจองกระเป๋าแบรนด์ดังอื่นๆ อีกเช่น Dior, Chanel, Louis Vitton ในสนนราคา 181,000 บาท นอกจากนี้ นายอุเทนยังรับฝากขายสินค้าแบรนด์มือสอง ซึ่งมีผู้ฝากขายกระเป๋า LV Speedy 30 World Tour DC 18 ที่ใช้แล้วในราคา 62,000 บาท แต่กลับถูกยักยอกเอากระเป๋าดังกล่าวไป โดยไม่มีการชำระค่าสินค้าคืนให้แก่ผู้เสียหาย ที่ได้ติดตามทวงถามสินค้าที่สั่งซื้อ หรือเงินค่าฝากขาย ก็ได้รับการบ่ายเบี่ยงอ้างจนสุดท้ายก็ไม่สามารถติดต่อนายอุเทนได้ ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ในวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา ขณะหนีไปกบดานอยู่ที่ ศูนย์ปฏิบัติธรรมห้วยบง ต.ห้วยบง อ.เมือง จ.เชียงราย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า คดีต่อมามีผู้เสียหายรวมแล้วกว่า 400 ราย มูลค่าความเสียหาย 450,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่ได้จับกุม น.ส.อาทิมา เริงการ แม่ค้าหลอกขายถังแก๊สออมสิน ซึ่งโฆษณาขายกระปุกออมสินลายการ์ตูนน่ารักสีสันสดใส ผ่านเฟซบุ๊กบัญชี Arthima Roengkarn ด้วยการไลฟ์สด ในราคาส่งใบละ 100 บาท แถมมีบริการส่งฟรี ซึ่งผู้เสียหายเห็นว่ามีราคาต่ำกว่าท้องตลาด จึงติดต่อสั่งซื้อไป ต่อมาผู้เสียหายได้รับสินค้าล่าช้า จึงสอบถามไปยัง น.ส.อาทิมา ได้บ่ายเบี่ยงว่าเป็นสินค้าพรีออเดอร์ ต้องรอผลิตจากโรงงานประมาณ 20 วัน หรืออ้างว่าผลิตสินค้าไม่ทัน ซึ่งผู้เสียหายทราบภายหลังว่า โรงงานที่ผลิตกระปุกออมสินดังกล่าวได้ขายสินค้าให้กับผู้ต้องหาในราคาต้นทุนกระปุกละ 300 บาท และขายให้เพียงจำนวนไม่มาก แต่ น.ส.อาทิมากลับนำมาขายต่อในราคาเพียง 100 บาท ผู้เสียหายก็เชื่อว่าถูกหลอก จึงรวมกลุ่มกันมาแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดี
ผบช.สตม.กล่าวว่า ในวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุด ศปอส.ตร.สืบทราบว่า น.ส.อาทิมาได้เดินทางไปซ่อนตัวยังบ้านบิดา ตั้งอยู่ใน ต.มะรุ่ย อ.ทับปูด จ.พังงา พร้อมให้ช่วยหาเงินมาคืนแก่ผู้เสียหาย จึงได้ส่งชุดปฏิบัติการเข้าแสดงตัวและจับกุมดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ น.ส.อาทิมาเป็นบุคคลตามหมายจับศาลในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนอยู่แล้ว จึงยอมรับผิดและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่โดยดีจากการสอบสวนผู้ต้องหา 2 รายได้ให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “ฉ้อโกงประชาชน” และ “นำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์” ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ



