อนาคตเสือโคร่งทุ่งใหญ่ฉลุยพบเพียบ จับติดเครื่องหมายได้4ตัว โลกชื่นชมไทยจัดการดี

6.05.16 | 15:00 น.

วันที่ 6 พฤษภาคม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเมษายนที่ผ่านมา ทีมงานวิจัยเสือโคร่ง สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง นำโดยนายศักดิ์สิทธิ ซิ้มเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) และผู้เชี่ยวชาญเรื่องเสือของกรมอุทยานฯ ได้ลงพื้นที่ทุ่งใหญ่ฝั่งตะวันออก เพื่อเก็บข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม และศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ พฤติกรรมของเสือโคร่งในพื้นที่ดังกล่าว โดยทีมนักวิจัยสามารถจับเสือโคร่งวัยหนุ่มสาวมาติดเครื่องหมาย เพื่อประโยชน์ในการติดตามชีวิตความเป็นอยู่ได้ถึง 4 ตัวด้วยกัน เป็นเสือตัวเมีย 3 ตัว ตัวผู้ 1 ตัว

“เป็นที่น่ายินดี ที่เราพบว่า 1 ใน 4 ได้เคลื่อนย้ายถิ่นที่อยู่มาจากพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และ 2 ใน 4 เป็นแม่เสือที่ผ่านการมีลูกมาแล้ว สำหรับเสือตัวผู้ เป็นวัยเจริญพันธุ์ที่ตัวค่อนข้างใหญ่ ทั้งหมดสมบูรณ์แข็งแรง และภายหลังจากได้ติดเครื่องหมายเป็นวิทยุติดตามตัวแล้ว กลับมาจากสถานีวิจัย ตรวจสอบเครื่องมือที่ไปติดตั้ง พบว่าทุกอย่างเป็นปกติดี เสือทั้ง 4 ตัวก็ยังอยู่อย่างเรียบร้อย ซึ่งนักวิจัยจะติดตามศึกษาดูแลเสือทั้ง 4 ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ตะวันออกควบคู่ไปกับเสือที่อยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง” นายธัญญากล่าว

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยมีรายงานและหลักฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องเสือโคร่งในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกมากนัก แต่จากการลงพื้นที่ครั้งล่าสุด พบหลักฐานหลายอย่างที่ระบุว่าเสือในพื้นที่ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากร่องรอย มั่นใจว่ามีมากกว่า 4 ตัว ที่พบอย่างแน่นอน

“ประเทศไทยเราได้รับการยกย่องในเวทีกลุ่มประเทศที่มีเสือโคร่งในป่าธรรมชาติทั่วโลก ว่าเป็น 1 ใน 3 ประเทศที่มีการจัดการเสือในป่าธรรมชาติได้ดีมาก เพราะการที่มีประชากรเสือเพิ่มขึ้น ย่อมหมายถึงมีปัจจัยอื่นๆ เพิ่มขึ้นด้วย นั่นคือ พื้นที่ป่าอันเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย และประชากรเหยื่อของเสือ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวบ่งชี้อย่างชัดเจนว่ามีการจัดการป่าได้ดีแค่ไหน โดยเฉพาะอย่างล่าสุดที่เรามีข่าวดีเรื่องพบลูกเสือ 2 ตัวของแม่เสือ ที่ถูกขบวนการล่าเสือแล่เนื้อตัดหัวไปขาย ขณะที่ลูกเสือยังตัวเล็กอยู่ ซึ่งเดิมทีเราคิดว่าลูกเสือทั้ง 2 ตัวน่าจะตายไปแล้ว เพราะมันยังหากินไม่เป็น แต่เป็นเพราะความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ป่ามีเหยื่อให้ลูกเสือทั้งสองสามารถล่ามากินจนรอดชีวิต กลายมาเป็นเสือวัยรุ่นได้ในวันนี้ ตอนนี้ผมบอกนักวิจัยไปแล้วให้ติดตามดูแลเสือ 2 ตัวนี้ให้ดี และสั่งการในพื้นที่ให้มีความเข้มข้นในการลาดตระเวนเชิงคุณภาพในพื้นที่มากขึ้น” นายธัญญากล่าว

นายศักดิ์สิทธิ ซิ้มเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ สบอ.12 (นครสวรรค์) และผู้เชี่ยวชาญเรื่องเสือ กล่าวว่า เป็นที่น่ายินดีอย่างมาก ที่นักวิจัยสามารถจับเสือที่ป่าทุ่งใหญ่ฝั่งตะวันออกได้ถึง 4 ตัว ไม่เคยเจอทั้งตัวจริงและร่องรอยมากขนาดนี้มาก่อน
“เราเจอข้าวจี่ ซึ่งเดินทางมาจากห้วยขาแข้งมาสร้างอาณาจักรใหม่ที่นี่อีก 3 ตัว เราตั้งชื่อว่า ตะวัน จันทรเทียร และวิรัช ทั้งหมดล้วนอยู่ในวัยที่สมบูรณ์ เขาจะเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่ดีในอนาคต และพื้นที่ป่าทุ่งใหญ่ทั้ง 2 ฝั่งก็จะเป็นพื้นที่ป่าสำคัญที่เป็นแหล่งที่อยู่ของเสือโคร่งในประเทศไทยต่อไป” นายศักดิ์สิทธิ์กล่าว

Advertisement