อัยการจับมือกรมบังคับคดีและกลต. ป้องกันยักย้ายถ่ายเททรัพย์

16.12.18 | 16:20 น.

อัยการบังคับคดีลงนามความร่วมมือ กรมบังคับคดี -กลต.เร่งเครื่องทำงาน บังคับคดีให้เร็วยิ่งขึ้น ป้องกันยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน


เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดเปิดเผยว่าในวันที่ 28 ธันวาคม 2561
สำนักงานการบังคับคดีสํานักงานอัยการสูงสุดจะจัดพิธีลงนามความร่วมมือกับ กรมบังคับคดี และสำนักงานกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (กลต) เพื่อประโยชน์ในการ เร่งรัด สืบหาทรัพย์ และดำเนินการบังคับคดี กับผู้กระทำความผิดทางอาญา และผู้ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้รัฐ

โดยนายโกศลวัฒน์ กล่าวว่า สํานักงานอัยการสูงสุด เป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่มีอํานาจหน้าที่ในการ อํานวยความยุติธรรมทางอาญา การรักษาผลประโยชน์ของรัฐและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ในเรื่อง การรักษาผลประโยชน์ของรัฐตามพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553มาตรา 14 กําหนดให้พนักงานอัยการมีอํานาจและหน้าที่ดําเนินคดีแทนรัฐบาล หน่วยงานของรัฐที่เป็นองค์กรตาม รัฐธรรมนูญ ราชการส่วนกลาง หรือราชการส่วนภูมิภาค ในศาลหรือในกระบวนการทางอนุญาโตตุลาการทั้งปวง ตลอดจนการดําเนินการตามที่เห็นสมควรเกี่ยวกับการบังคับคดีอาญาในส่วนของการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตาม คําพิพากษา หรือกรณีที่มีการผิดสัญญาประกันจําเลย หรือประกันรับสิ่งของไปดูแลรักษาตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มีอํานาจและหน้าที่ดําเนินคดีในการบังคับให้เป็นไปตามสัญญานั้น ซึ่งก่อนที่จะ ดําเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้กระทําความผิดหรือจําเลยได้นั้น ต้องมีการตรวจสอบทรัพย์สิน สืบหาทรัพย์สิน ของ บุคคลดังกล่าวก่อนซึ่งอาจอยู่ในรูปของเงินฝาก ยานพาหนะ ที่ดิน พันธบัตรรัฐบาลหรือหุ้น เป็นต้น โดยการขอ ตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินดังกล่าว จากนั้นจึงเข้าสู่ กระบวนการบังคับคดีตามกฎหมายโดยผ่านเจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม เเละเพื่อให้การบังคับคดีกับทรัพย์สินของผู้กระทําความผิด จําเลยหรือผู้ผิดสัญญาประกันต่อศาลเป็นไปตาม ความมุ่งหมายและเจตนารมณ์ ให้เร็วยิ่งขึ้น ในการนี้ สํานักงานอัยการสูงสุดได้ร่วมกับกรมบังคับคดี และสํานักงาน ก.ล.ต. ในฐานะเป็นผู้มีอํานาจหน้าที่กํากับดูแลการดําเนินกิจกรรมในตลาดทุนหรือตลาดหลักทรัพย์ ทั้ง 3 หน่วยงานจึง ได้ร่วมกันจัดพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือเพื่อประโยชน์ ในการบังคับคดีกับผู้กระทํา ความผิด ระหว่าง สํานักงานอัยการสูงสุด กรมบังคับคดีและสํานักงาน ก.ล.ต. โดยมีนายชาตรี สุวรรณิน อธิบดีอัยการ สํานักงานการบังคับคดี นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี และนายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสํานักงาน ก.ล.ต. ร่วมลงนามในครั้งนี้

โดยการลงนาม MOU ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประสาน ความร่วมมือและบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานทั้งสาม และสนับสนุนการดําเนินการตาม หน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ และความเชี่ยวชาญในภารกิจของแต่ละหน่วยงาน โดยจัดให้มีผู้ประสานงานระหว่างหน่วยงานทั้งสาม เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการปฎิบัติงานของตน ในส่วนสำนักงานอัยการก็เพื่อความรวดเร็วในการติดตาม บังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษา ทั้งในทางแพ่งและอาญาในคดีความที่เกี่ยวข้องกับรัฐ เพื่อป้องกันการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินและสามารถรวบรวมทรัพย์สินของผู้ที่จะถูกบังคับคดีได้อย่างครบถ้วน โดยขอบเขตความร่วมมือคือตรวจสอบหาทรัพย์สิน สืบหาทรัพย์สิน ของผู้ต้องชดใช้ให้รัฐ
รวมทั้ง ดำเนินการบังคับคดี ต่อไป

Advertisement

“ความร่วมมือนี้จะช่วยให้กระบวนการบังคับคดี ติดตามทรัพย์สิน ชดใช้ให้ภาครัฐ มีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้น” นายโกศลวัฒน์กล่าว