ผู้เสียหายให้ปากคำหลังชายมาเลย์ขับรถบีเอ็มชนดะหลายสิบคัน ยังไร้เงาประกันคู่กรณี

17.12.18 | 10:52 น.

จากกรณีเฟซบุ๊ก Jesita Aramkham เผยแพร่คลิปเหตุการณ์เมื่อวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา เป็นวิดีโอรถเก๋ง BMW สีทอง ขับเฉี่ยวชนรถยนต์ของประชาชนหลายคัน ในเขตพื้นที่ สน.มีนบุรี จนล่วงมาถึงบริเวณแยกสุวรรณภูมิ โดยผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ขณะเกิดเหตุมีหญิงสาวนั่งอยู่ในรถคันดังกล่าวได้วิ่งหนีลงมาจากรถ ก่อนจะทราบภายหลังว่าผู้ขับขี่รถดังกล่าวเป็นชายชาวมาเลเซียนั้น


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ธันวาคม ที่ สน.จรเข้น้อย นายกฤติเดช หล่อกำเหนิดชัย อายุ 33 ปี หนึ่งในผู้เสียหายที่ถูกรถ BMW สีทองขับชนจนเสียหาย เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.จักริน สิทธิปรุ รอง สว. (สอบสวน) สน.จรเข้น้อย เพื่อเข้าให้ปากคำเพิ่มเติม

โดยนายกฤติเดชกล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้พบว่ารถเก๋งฟอร์ดโฟกัสสีขาว ทะเบียน กต 1098 ราชบุรี ของตนเองที่จอดอยู่ริมถนนหน้าหอพัก ตั้งอยู่ในลาดกระบัง 46/3 กระทั่งรถมีความเสียหายบริเวณฝั่งซ้ายทั้งแถบ จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อตำรวจในวันเดียวกัน โดยในวันนี้ ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม รวมถึงนำรถไปตรวจสภาพเพิ่มเติมเนื่องจากประตูฝั่งซ้ายที่นั่งข้างคนขับไม่สามารถเปิดได้ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ยังไม่ได้พบกับคู่กรณี และยังไม่มีประกันภัยของคู่กรณีติดต่อเข้ามาแต่อย่างใด

นายกฤติเดชกล่าวอีกว่า ตนได้พบคลิปเหตุการณ์จากผู้โพสต์ในเฟซบุ๊กดังกล่าวจึงทราบว่า ผู้ขับรถบีเอ็มคู่กรณี ได้ขับชนรถคันอื่นมาแล้วหลายสิบคัน ทั้งนี้ ไม่ทราบว่าผู้ขับจะมุ่งหน้าไปที่ใด เพราะซอยหอพักของตนเป็นถนนส่วนบุคคล และเป็นซอยตัน

Advertisement

ด้าน ร.ต.อ.จักรินกล่าวว่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้นในเขตรับผิดชอบของ 2 ท้องที่คือ สน.มีนบุรี และ สน.จรเข้น้อย ซึ่งในส่วนของ สน.จรเข้น้อย เบื้องต้นพบว่ามีผู้เสียหายทั้งหมด 5 ราย ได้แจ้งและเชิญผู้เสียหายมาให้ข้อมูลแล้ว

สำหรับนายไบรอัน ลี ชาวมาเลเซียผู้ก่อเหตุนั้น หลังเกิดเหตุถูกตำรวจ สน.มีนบุรี ควบคุมตัวได้ ขณะนี้ทราบว่ายังอยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลยังไม่สามารถให้ปากคำได้ จึงต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน. มีนบุรีดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ จากนั้นทางตนจะทำเรื่องประสานขอตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีในท้องที่ของ สน.จรเข้น้อยต่อไป เบื้องต้นเตรียมแจ้งข้อหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนรถผู้อื่นได้รับความเสียหายและทำให้เสียทรัพย์, ไม่หยุดรถเพื่อให้การช่วยเหลือ และไม่แสดงตัว หรือแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้เคียง, ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น”