พบว่างงานเพิ่มขึ้น-อุดมศึกษาแชมป์

6.05.16 | 16:57 น.

นายอารักษ์ พรหมณี อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ผลการสำรวจ สำนักสถิติแห่งชาติที่เปิดเผยผลการสำรวจภาวะการว่างงานของประชากรในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ระบุว่า คนไทยว่างงาน 396,000 คน คิดเป็นร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาโดยเพิ่มขึ้น 72,000 คน โดยระดับอุดมศึกษาว่างงานสูงสุด 166,000 คน เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 139,000 คน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 81,000 คน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า 80,000 คน ระดับประถมศึกษา 41,000 คน และผู้ที่ไม่มีการศึกษาและการศึกษาต่ำกว่าประถมศึกษา 26,000 คน ส่วนของกระทรวงแรงงานนั้นในเดือนมีนาคม มีผู้ประกันตนขึ้นทะเบียน 59,929 คน แบ่งเป็นถูกเลิกจ้าง 7,988 คน ลาออก 51,941 คนหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2558 พบว่ามีการเลิกจ้างเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 53.35 ลาออกมากขึ้นร้อยละ 15.24 สาเหตุการเลิกจ้างระบุว่า มาจากการปรับลดจำนวนพนักงาน 3,317 คน ปิดกิจการ 2,143 คน ไม่ผ่านประเมิน 231 คนมีความผิด 72 คน ใช้เครื่องจักรแทน 15 คน และสาเหตุอื่นๆ เช่นสุขภาพไม่ดี หยุดกิจการชั่วคราว 2,209 คน

นายอารักษ์กล่าวว่า นักศึกษาที่จบใหม่แต่ละปีมีจำนวนมาก ถ้าไม่เลือกงานจะมีงานทำแน่นอน เพราะปัจจุบัน คนมีทางเลือกในการทำงานมากขึ้น ส่วนหนึ่งหันไปขายของตามตลาดนัด หรือขายของออนไลน์ ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา กกจ.ได้จัดงานนัดพบตลาดแรงงานเชิงคุณภาพ มีประชาชนใช้บริการจัดหางาน 553,143 คน ได้บรรจุงาน 189,030 คน รวมทั้งร่วมมือกับบริษัทจัดหางานขนาดใหญ่ หางานให้นักศึกษาปริญญาตรีโดยรวบรวมงานว่างกว่า 39,984 ตำแหน่ง ได้พัฒนาระบบบริการจัดหางาน จัดทำแอพพลิเคชั่น Smart Job Center ให้หาข้อมูลตำแหน่งงานว่าง และสถานประกอบการหาผู้สมัครงาน คนหางานสามารถลงทะเบียนได้ ที่ศูนย์บริการจัดหางานเพื่อคนไทย (สมาร์ทจ็อบเซ็นเตอร์) ที่ขยายจาก 12 แห่งเป็น 44 แห่ง มีผู้ใช้บริการกว่า 190,000 คน ทั้งนี้ แผนระยะต่อไปมุ่งให้บริการจัดหางานทุกกลุ่มเป้าหมาย 290,000 คนและขยายศูนย์บริการจัดหางานให้ครอบคลุมทุกจังหวัด ในปี 2560

นายอารักษ์กล่าวว่า ส่วนการเดินทางไปทำงานต่างประเทศนั้นพบว่าช่วงระหว่างเดือนตุลาคม 2558-มีนาคม 2559 มีจำนวน 50,030 คน ส่วนใหญ่จัดส่งโดยบริษัทจัดหางาน ส่วนการจัดส่งโดยรัฐมี 4,836 คน แบ่งเป็น อิสราเอล 2,837 คน เกาหลี 1,732 คน ญี่ปุ่น 132 คน ไต้หวัน 116 คน สร้างรายได้ส่งเงินกลับประเทศ 42,318 ล้านบาท โดยอิสราเอลและเกาหลี เป็นที่นิยมของแรงงานไทย เพราะค่าใช้จ่ายในการเดินทางไม่สูงมากแต่รายได้ดี