นับถือใจ! ตร.ขี่รถไล่ตามแว้น เจอย้อนศร-พุ่งชนใส่จนคว่ำ ขาหัก 2 ท่อน ใจสู้ลุกขึ้นตามจับกุม

18.12.18 | 09:23 น.

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (17 ธ.ค.) ที่โรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช ตึกพิเศษ ชั้น 4 ห้อง 5402 พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.สมพร พุกหอม ผกก.สภ.เมืองฯ พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์ สวป.สภ.เมืองฯ พ.ต.ต.ภุชงค์ ป้องศิริ สวป.ฯ ได้เดินทางมาเยี่ยม ด.ต.ไมตรี ทรัพย์สิน ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองสุพรรณบุรี ที่ขี่รถจักรยานยนต์สายตรวจไล่ล่าวัยรุ่นขี่รถย้อนศรหนีความผิดเสพยาบ้า พุ่งชนจนตนได้รับบาดเจ็บขาหัก 2 ท่อน ต้องรอเข้ารับการผ่าตัดและพักฟื้นที่โรงพยาบาล โดยมีผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานรุดเข้าเยี่ยม มอบกระเช้าให้กำลังใจ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน

ด.ต.ไมตรี ทรัพย์สิน ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองสุพรรณบุรี อายุ 48 ปี เปิดใจว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้เข้าเวรปฏิบัติงานในการออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ จากนั้นได้รับแจ้งว่ามีวัยรุ่น 2 คน หลบหนีการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากตำรวจเห็นว่ามีท่าทีพิรุธ และทั้ง 2 ราย ได้ขี่ จยย.ย้อนศรไปบริเวณถนนคูเมืองใต้ ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง ด้วยความเร็วสูง จนท.ตำรวจได้นำกำลังออกติดตาม โดยทั้ง 2 คนยังไม่ยอมหยุดรถ ขับปาดซ้ายขวาไปมาเป็นระยะทางกว่า 2 กม. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำกำลังมาช่วยกันสกัดจับ โดยตนได้มากับเพื่อนร่วมงานอีกคน พยายามขับขี่ไล่ล่ารถจักรยานยนต์ผู้ต้องหามาตามเส้นทางปกติ เพื่อจะรีบไปช่วยสกัดจับ จากนั้นจู่ๆ ผู้ต้องหาก็ขี่ จยย.ย้อนศรด้วยความเร็วแล้วพุ่งเข้ามาเฉี่ยวชนอย่างจัง ทำให้ จยย.เสียหลักพลิกคว่ำทับขาข้างซ้าย และถูกกระแทกอย่างแรง

ด.ต.ไมตรีกล่าวต่อว่า ตนพยายามกัดฟันสู้ พยุงตัวเองลุกขึ้นเพื่อไปจับผู้ต้องหา ปรากฏว่า ลุกมาแล้วต้องล้มลง เนื่องจากขาทั้งสองข้างหัก 2 ท่อน เพื่อนร่วมงานจึงได้มาช่วยประคองและรีบนำส่งโรงพยาบาล ส่วนผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเช่นกัน หลังเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานได้เดินทางมาเยี่ยม พร้อมให้กำลังใจกันตลอด ขอขอบคุณที่ผู้บังคับบัญชาเป็นห่วง ดูแลอย่างดี ซึ่งตนก็ตั้งใจว่าเมื่อหายดีแล้วจะมุ่งมั่นกลับไปตั้งใจทำงานปฏิบัติหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองต่อไป

นางจันทร์จิรา ทรัพย์สิน อายุ 42 ปี ภรรยาของ ด.ต.ไมตรี กล่าวว่า หลังได้รับโทรศัพท์ก็รู้สึกตกใจมาก เพราะเพิ่งเป็นอุบัติเหตุครั้งแรกที่เกิดขึ้นในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ตำรวจ หลายสิบปีที่ผ่านมาของ ด.ต.ไมตรี ทุกครั้งที่ออกไปทำงาน ตนก็จะบอกให้ระมัดระวังเสมอ แต่ก็เข้าใจในการปฏิบัติงาน เพราะสามีเป็นคนตั้งใจทำงานมาก เป็นคนรักอาชีพตำรวจ ไม่เคยบ่นและหาเลี้ยงครอบครัวมาโดยตลอด ปัจจุบันมีลูกสาว 2 คน กำลังเรียนอยู่ ซึ่งพอเกิดเหตุทางผู้บังคับบัญชาก็ไม่ได้ทอดทิ้ง มาให้กำลังใจและดูแลอย่างดี ซึ่งทางครอบครัวต้องขอขอบพระคุณมาก

Advertisement

ด้าน พล.ต.ต.คมศักดิ์กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนมาสอบสวน ทราบชื่อต่อมาคือ นายนที รุ่งเรืองศรี อายุ 40 ปี และ น.ส.สุดารัตน์ พลีเขตต์ อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นแฟนกัน โดยนายนทีให้การรับสารภาพว่า ตนเองเพิ่งพ้นโทษออกมาจากค่ายบำบัดยาเสพติด จ.กาญจนบุรี เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว แต่ก็หันกลับมาเสพยาบ้าอีก ก่อนเกิดเหตุได้ทำการเสพยาบ้ามา เมื่อขี่รถมาเจอตำรวจจึงเกรงกลัวความผิด จึงขี่รถ จยย.หลบหนี แสดงท่าทางมีพิรุธ ตำรวจสายตรวจได้นำกำลังติดตามออกจับกุม และตนได้ขี่รถย้อนศร จนเกิดการเฉี่ยวชนกันกับ จยย.ของสายตรวจและเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจปัสสาวะผู้ต้องหา พบว่ามีปัสสาวะเป็นสีม่วง จึงได้รวบรวมหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีพร้อมตั้งข้อหาในลำดับต่อไป ด้าน ด.ต.ไมตรีที่ได้รับบาดเจ็บนั้น ขณะนี้แพทย์ให้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล หลังทำการเอกซเรย์พบว่า กระดูกที่ขาข้างซ้ายหัก 2 ท่อน จากสอบถามผู้บังคับบัญชาของ ด.ต.ไมตรี ทราบว่าเป็นคนตั้งใจทำงานมาก เป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน และปฏิบัติงานไม่เคยบกพร่องในหน้าที่ ทำงานหาเลี้ยงครอบครัว