ยื่น 7 ข้อเสนอ “พม. “เร่งแก้ “ความรุนแรง” รณรงค์ที่ผ่านมาตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
ความรุนแรง – สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ โดย น.ส.ลานทิพย์ ทวาทศิน นายกสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก ปี 2561
ทั้งนี้ ตัวแทนสมาชิกบ้านพักฉุกเฉิน ได้ยื่นข้อเสนอต่อ นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรี 7 ข้อดังนี้
1.เมื่อไปจดทะเบียนสมรสแล้ว ควรมีคู่มือ “ผัว-เมีย” เพื่อเป็นกติกาในการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน
2.ควรมีศูนย์ช่วยเหลือผู้หญิงในชุมชน หมู่บ้าน ไม่ใช่เพียงการประชาสัมพันธ์ในภาพรวมแต่ไม่มีประสิทธิภาพ 3.มีการติดตามคดีที่รวดเร็วยิ่งขึ้น และควรควบคุมตัวผู้กระทำทันทีเพื่อป้องกันการถูกกระทำซ้ำ ไม่ใช่ ควบคุมผู้ถูกกระทำ (ผู้หญิง)
4.เมื่อผู้หญิงและเด็กถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ควรมีการดำเนินคดีผู้กระทำด้วยความรวดเร็ว 5.ควรมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้กระทำความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก
6.เมื่อมีการฟ้องร้องคดีอยากให้มีกองทุนยุติธรรมที่เข้าถึงได้ง่าย
7.ควรจัดตั้งกองทุนพิเศษเพื่อช่วยเหลือผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ให้สามารถนำไปประกอบอาชีพ/เงินสำหรับดูแลตัวเองและบุตรให้มีความมั่นคงสืบไป
นายเลิศปัญญากล่าวว่า จะนำข้อเสนอเข้าที่ประชุมเชิงนโยบายระดับชาติ และระดับจังหวัด ทั้งนี้ ทางกรมกิจการสตรีฯ มีภารกิจสร้างครอบครัวให้เข้มแข็ง พยายามแก้กฎหมายการกระทำความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งขณะนี้ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. เตรียมเข้าสู่สภาภายใน ธ.ค.นี้ ส่วนเนื้อหาระบุว่านายทะเบียนที่เป็นผู้รับจดทะเบียน จะต้องแจ้งสิทธิต่างๆ ในการสร้างครอบครัว นอกจากนี้ เรายังจัดทำหลักสูตรให้ความรู้การสร้างครอบครัวก่อนแต่งงาน
ขณะที่ นางสาวมณี ขุนภักดี ผู้จัดการฝ่ายจัดการความรู้ มูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม กล่าวว่า หากย้อนกลับไปทบทวนการรณรงค์ยุติความรุนแรงที่ผ่านมา แทบเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ที่หมดไปกับค่าจ้างออร์แกไนเซอร์ ค่าตัวดารานักแสดง ค่าเสื้อและสื่อรณรงค์ ค่าสถานที่ ค่าตอบแทนการแสดง หากเอางบประมาณบางส่วนมาเป็นกองทุนพิเศษสำหรับผู้หญิงที่ประสบความรุนแรงคงมีประโยชน์มากกว่า อยากเห็นการต่อยอดที่นำไปสู่การมีช่องทางการช่วยเหลือ การเยียวยาฟื้นฟูผู้ประสบความรุนแรงที่มีความเข้าใจทั้งต่อผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ ไม่อยากเห็นการรณรงค์ที่จัดแล้วจบไปแต่ละปี ปีหน้าก็เปลี่ยนประเด็นใหม่ และการรณรงค์ครั้งนี้เป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการรณรงค์ยุติความรุนแรงที่เจ้าของประสบการณ์ความรุนแรง ได้ลุกขึ้นมาสะท้อนปัญหาจากมุมมองตัวเอง และได้เสนอทางออกในการแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด

