เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมนางสาหร่าย คงเกตุ อายุ 38 ปี ชาวอุตรดิตถ์ แม่ของเด็กชายณัฐวัฒน์ คงเกตุ หรือน้องอั้ม ลูกชายวัย 9 ขวบ ที่ถูกรถกระบะยี่ห้อเชฟโรเลต สีขาว ชนแล้วหนีเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 เวลา 19.00 น. เหตุเกิดบนถนนวังกะพี้-พิชัย ใกล้โรงสียิ้มบุญ ต.วังกะพี้ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ จนเป็นเหตุให้ขาขวาขาดต้องพิการตลอดชีวิต ปัจจุบันยังตามจับคนร้ายไม่ได้ เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) และรองผู้อำนวยการ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผอ.ศปอส.ตร.) ให้ช่วยติดตามจับกุมคนร้ายมารับโทษทางกฎหมาย
นางสาหร่ายกล่าวว่า ในวันเกิดเหตุตาของน้องอั้มได้พาพี่ชายและน้องอั้มซ้อนมอเตอร์ไซค์เพื่อไปหาปูที่นา แต่ระหว่างทางได้ถูกรถกระบะยี่ห้อเชฟโรเลต สีขาว ที่แซงรถบรรทุกขึ้นมาชนเข้าอย่างจัง จนตาและพี่ชายได้รับบาดเจ็บ แต่ทางน้องอั้มโดยรถกระบะลากร่างไปจนบาดเจ็บสาหัสและต้องตัดขาทิ้ง ตนเดินทางมายื่นหนังสือวันนี้เพื่อที่จะให้ช่วยเร่งรัดคดี เพราะหลังจากเกิดเหตุการณ์มากว่าหนึ่งเดือนยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ ร่วมทั้งยังไม่มีการรับผิดชอบใดๆ ตนเองอยากให้คนขับรถกระบะเข้ามอบตัวและชดใช้เยียวยาค่าเสียหาย เพราะตนเองลำบากมาก ค่าใช้จ่ายในการรักษาตอนนี้ก็กว่า 60,000 บาทแล้ว ตนสงสารลูกที่ต้องถูกตัดขาเพราะอายุยังน้อย โดยลูกตนเองก็เคยถามว่าทำไมต้องเป็นตัวเองที่ถูกตัดขา ทำไมตัวเองเดินไม่ได้เหมือนคนอื่น
ด้าน พ.ต.ท.เกรียงไกร ขวัญไตรรัตน์ รอง ผกก.กก.6 กองบังคับการปราบปราม ช่วยราชการศูนย์ปราบปรามอาชญกรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นตัวแทนรับหนังสือและระบุว่า หลังรับเรื่องได้มีการประสานไปยัง สภ.วังกะพี้ ที่เป็นท้องที่ที่เกิดเหตุแล้ว ทราบว่าพบเบาะแสรถคันที่ก่อเหตุ ซึ่งมีการนำรถเข้าไปซ่อมที่อู่แห่งหนึ่ง และกำลังติดตามตัวว่าใครเป็นคนขับ ทั้งนี้ตนเองอยากให้ทางครอบครัวสบายใจ ทางตำรวจจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่
ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก สภ.วังกะพี้ ภ.จว.อุตรดิตถ์ ว่า ในวันนี้ (18 ธ.ค.2561) เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสอบสวน ฝ่ายสืบสวนและส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้ระดมกำลังและรวบรวมพยานหลักฐานสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง และส่งรถคู่กรณีไปตรวจพิสูจน์ร่องรอยการเฉี่ยวชน พร้อมทั้งได้ออกสืบสวนสอบสวนจนสามารถติดตามผู้ขับขี่รถกระบะคันคู่กรณีตามที่ปรากฏในคลิปวิดีโอและที่สื่อได้นำเสนอข่าวไปนั้น มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและดำเนินคดีตามกฎหมาย ในเบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายและเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส และผู้ใดขับรถในทางซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินจะต้องหยุดรถให้ความช่วยเหลือ พร้อมทั้งแสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงทันที ไม่ว่าจะเป็นความผิดของผู้ขับขี่หรือไม่ก็ตามฯ ซึ่งในชั้นสอบสวนนั้นคู่กรณีที่ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่าตนเป็นผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าวแล้วมาเกิดการเฉี่ยวชนจริง
รอโฆษก ตร.กล่าวว่า ในส่วนของความเสียหายของฝ่ายรถจักรยานยนต์คันคู่กรณี และอาการบาดเจ็บของผู้ขับขี่และผู้นั่งซ้อนมาด้วยนั้น ฝ่ายรถกระบะจะดำเนินการใช้สิทธิในทางประกันภัยพร้อมชดใช้ค่าสินไหมให้กับฝ่ายรถจักรยานยนต์เพื่อบรรเทาผลร้ายที่เกิดขึ้นและเยียวยาความเสียหายตามกฎหมายต่อไป


