เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ เผย แรงงานไทยในเกาหลีทะลุ 1.6 แสนคน ถูก กม.แค่ 14 เปอร์เซ็นต์ ชี้ความเหลื่อมล้ำในประเทศเป็นแรงผลัก
เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (Migrant Working Group-MWG) จัดงานวันผู้ย้ายถิ่นสากลปี พ.ศ.2561 (International Migrants Day 2018) พร้อมทั้งจัดเสวนาหัวข้อ “MIGRANT IS AROUND” แกะรอยแรงงานผีน้อยเกาหลี สู่คนขายโรตีที่ไทย เราจะอยู่ในบทบาทไหนเมื่อแรงงานหมุนรอบตัวคุณ เนื่องในวันผู้ย้ายถิ่นสากลปี 2561
นายอดิศร เกิดมงคล ตัวแทนเครือข่ายองค์กรที่ทำงานด้านประชากรข้ามชาติ กล่าวถึงสถานการณ์แรงงานในรอบปีที่ผ่านมาว่า นโยบายการพิสูจน์สัญชาติแรงงานข้ามชาติสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา ตามมติคณะรัฐมนตรี 16 มกราคม 2561 มียอดแรงงานข้ามชาติเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมายจำนวนทั้งสิ้น 1,187,803 คน ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จในการปิดฉากมาตรการผ่อนผันให้แรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายสามารถอยู่และทำงานในประเทศไทยได้นับตั้งแต่ปี 2535 อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังขาทั้งเรื่องการจัดการศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จที่มีภาพความแออัด และความวุ่นวายในการดำเนินการ นอกจากนั้นยังพบว่า รัฐบาลมีการเสนอตัวเลขแรงงานที่เป็นกลุ่มเป้าหมายในการพิสูจน์สัญชาติที่ไม่ตรงกัน อาจมีแรงงานข้ามชาติที่ตกหล่นและยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติมากถึง 811,437 คน ไม่ใช่จำนวน 132,232 คน ตามที่เป็นข่าว
“รัฐได้แถลงยืนยันว่าจะดำเนินการจับกุม ดำเนินคดีและส่งกลับกลุ่มแรงงานที่ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติได้ตามกำหนด และเริ่มมีข่าวการกวาดล้างจับกุมแรงงานมาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยไม่ได้ตรวจสอบสาเหตุของการที่แรงงานไม่สามารถเข้าถึงระบบการพิสูจน์สัญชาติได้ตามที่นโยบายได้ขีดเส้นตายไว้ โดยพบว่ามีชาวเมียนมามุสลิมพบกับอุปสรรคไม่สามารถผ่านการพิสูจน์สัญชาติได้ เพราะมีสาเหตุจากการไม่มีเอกสารจากประเทศเมียนมา เช่น บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน และทางการเมียนมาไม่ออกเอกสารให้ ดังนั้น จึงมีสถานะเข้าเมืองผิดกฎหมาย และมีความเสี่ยงต่อการถูกจับกุมส่งกลับ ซึ่งยังมีข้อกังขาถึงความปลอดภัยสำหรับคนกลุ่มนี้ หากประเทศไทยมีการดำเนินการส่งกลับไปยังประเทศต้นทางจริง”
นายอดิศรกล่าวว่า ยังมีประเด็นที่น่าสนใจคือ อุบัติเหตุในการเดินทาง สะท้อนให้เห็นถึงความไม่ปลอดภัยในการเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย เฉพาะในพื้นที่จังหวัดตาก ได้เกิดอุบัติเหตุไปแล้วถึง 3 ครั้ง ซึ่งเป็นแรงงานข้ามชาติกลุ่มที่นำเข้ามาทำงานกับนายจ้างตามระบบ MoU ขณะที่การจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ เป็นนโยบายที่ต่อเนื่องของกระทรวงแรงงาน ปัจจุบันมีแรงงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศประมาณ 155,356 คน ซึ่งในปี 2561 ได้จัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ 40,000 คน ในประเทศที่เป็นตลาดแรงงานที่สำคัญ อาทิ ไต้หวัน สาธารณรัฐเกาหลี ญี่ปุ่น อิสราเอล และสิงคโปร์ รวมถึงประเทศแถบตะวันออกกลาง และยุโรป คน ซึ่งสามารถส่งเงินกลับประเทศปีละกว่า 120,000 ล้านบาท แต่พบว่ายังมีแรงงานไทยจำนวนมากที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ผ่านกระบวนการจัดส่งของรัฐบาล ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการหลอกลวงแรงงานไทยให้ไปทำงานต่างประเทศของนายหน้า เช่น กรณีแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้
ทั้งนี้ จากข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่าปัจจุบันมีคนไทยทำงานอยู่ในเกาหลีใต้อย่างผิดกฎหมายมากกว่า 100,000 คนซึ่งถือว่าเป็นจำนวนสูงสุดเมื่อเทียบกับชาติอื่น ๆ ในขณะที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของเกาหลีได้ระบุว่าจำนวนคนไทยที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นอย่างมาก ตัวเลขเดือนพฤษภาคมปีนี้สูงกว่าปีที่แล้วถึง 57 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ต้องมีมาตรการแก้ไขอย่างเข้มข้น จากมาตรการที่ดำเนินการอย่างเข้มงวดของประเทศปลายทาง ส่งผลให้แรงงานไทยที่เข้าไปทำงานอย่างผิดกฏหมายต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการถูกจับกุม ส่งกลับ หรือมีคุณภาพชีวิตที่เลวร้าย มีความเสี่ยงต่อการถูกเอารัดเอาเปรียบและสภาพการจ้างงานที่เลวร้าย
นายอดิศรกล่าวว่า ยังพบปัญหาการเจ็บป่วย อุบัติเหตุ และการเสียชีวิตของแรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศเกิดขึ้นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุจากการทำงาน และการเจ็บป่วยจากสภาพการอยู่อาศัยที่ไม่เหมาะสม รวมทั้งไม่ได้รับการดูแลคุ้มครองตามสัญญาจ้าง ซึ่งกระทรวงแรงงานได้พยายามที่จะออกมาตรการต่าง ๆ มาเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ก็ยังเป็นเพียงมาตรการตั้งรับ และยังคงต้องทำงานอย่างต่อเนื่องในส่วนของมาตรการเชิงรุกในระยะยาว

ด้านนายดนย์ ทาเจริญศักดิ์ เจ้าของงานวิจัยเรื่อง “แรงงานผีน้อยไทยในเกาหลี” (A Study of Thai ‘Illegal worker’ in South Korea) เปิดเผยข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่คลุกคลีกับแรงงานไทยในเกาหลีนานกว่า 1 ปี 7 เดือนว่า ส่วนตัวมีข้อกังวลเกี่ยวกับแรงงานผิดกฎหมายที่ขาดสิทธิในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งจากการลงพื้นที่พบว่า แรงงานไทยในเกาหลีมีมานานกว่า 20 ปีแล้ว โดยมีจำนวนแรงงานไทยในเกาหลีประมาณ 168,711 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย 24,022 คน
“แรงงานไทยในเกาหลีมีมานานแล้ว แต่เพิ่งมาบูมในยุคหลัง เพราะมีคนไทยแต่งงานกับคนเกาหลีในภาคแรงงาน คนกลุ่มนี้จึงเป็นผู้ดึงให้แรงงานไทยไปเป็นแรงงานที่เกาหลี แรงงานไทยที่เกาหลี จะพึ่งพาอาศัยและช่วยเหลือกันดี ส่วนรูปแบบของการไปเป็นแรงงานผิดกฎหมายนั้น มีลักษณะเดียวคือ วีซ่าท่องเที่ยวและอยู่เกินเป็นโอเวอร์สเตย์ บางคนอยู่นาน 4-5 ปี ซึ่งงานที่ไปทำส่วนใหญ่ จะเป็นงานที่คนเกาหลีไม่อยากทำ งานโรงงาน งานภาคเกษตร แต่ปัจุบันการจ้างงานเปลี่ยนไป คือ คนไทยสามารถทำงานที่ดีขึ้นได้ ถ้าอยู่นานๆ บางคนก็เป็นล่าม หรือร้านสะดวกซื้อก็นิยมจ้างแรงงานผิดกฎหมายมาทำงาน รวมไปถึงร้านอาหารของเกาหลีด้วย”
นายดนย์กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับแรงงานผิดกฎหมายนั้น ส่วนตัวเห็นว่าทุกคนต่างก็มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นแรงงานถูกกฎหมายหรือไม่ ต่างก็เจอปัญหาที่หนักไม่แพ้กัน ในบางครั้งสถานะของแรงงานผิดกฎหมายยังมีสถานภาพที่ดีกว่าแรงงานถูกกฎหมายเสียอีก หากได้เจอนายจ้างดีๆ ที่ดูแลเหมือนคนในครอบครัว พาไปกินข้าวในร้านอาหารไทย แต่ถ้าเจอนายจ้างไม่ดี แม้เป็นแรงงานที่ถูกกฎหมาย มีประกันสุขภาพ แต่เมื่อไม่สบายนายจ้างไม่พาไปหาหมอก็ไปไม่ได้ ดังนั้นปัจจัยสำคัญจึงขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างด้วย
“การโยกย้ายเพื่อทำงานเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ คนบางกลุ่มก็ตามหาโอกาส ในขณะที่เกาหลีก็มีความต้องการแรงงานในระดับที่สูง จริงๆ แล้วเกาหลีเองก็ปิดตาข้างหนึ่ง ดังนั้นการแก้ปัญหาต้องมองเป็นภาพใหญ่ เพราะไม่ใช่เฉพาะประเทศเราประเทศเดียว แต่เป็น Globalization หน่วยงานต่างๆ ควรที่จะยอมรับและส่งเสริมมากกว่า เพราะเรื่องการเคลื่อนย้ายแรงงานเกิดขึ้นตามธรรมชาติ และ คนเกาหลีก็ต้องการ ต้องมองอยู่บนพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ก่อน ไม่ใช่มองว่าเป็นแรงงานผี แล้วจะทำอะไรยังไงกับเขาก็ได้” นายดนย์กล่าว

