แพทย์เตือนอย่าเชื่อ “เสพยาบ้าพาคลอดง่าย” ถึงตายทั้งแม่และลูก

19.12.18 | 16:21 น.

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวออกมาทางสื่อต่างๆว่า มีหญิงตั้งครรภ์นับสิบรายเสพยาบ้า หรือสารกลุ่มแอมเฟตามีน โดยเชื่อว่าทำให้คลอดบุตรง่ายนั้น ขอชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวมิได้เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากการออกฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของสารเสพติดในกลุ่มสารกระตุ้นไม่ว่าจะเป็นยาบ้า ยาไอซ์ ยาอี หรือ อนุพันธ์แอมเฟตามีนใดๆ ไม่ได้ช่วยให้กระบวนการใดๆทั้งสิ้นของการคลอดบุตรง่ายขึ้นแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม มีเอกสารทางวิชาการหลายฉบับทั้งในและต่างประเทศได้ยืนยันว่า การที่มารดาเสพติดยากลุ่มแอฟตามีนหรือยาบ้าในขณะตั้งครรภ์ก่อให้เกิดอันตรายมากมากมายแก่บุตร ได้แก่ การแท้งบุตร เสียชีวิตในครรภ์หรือขณะคลอด ภาวะคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์ ความผิดปกติของหัวใจ ภาวะเลือดออกในสมอง สมองตาย เซลประสาทถูกทำลาย ศีรษะเล็ก บุตรที่คลอดจากมารดาที่ติดยาบ้าจะมีอาการติดยาบ้าเช่นเดียวกับมารดา ได้แก่ มีปัญหาภาวะกดการหายใจ ร้องไห้ไม่หยุด กระวนกระวาย ไม่ดื่มนมตามปกติ เลี้ยงดูยาก เมื่อเติบโตไปยังมีผลต่อความผิดปกติของสมาธิ ความจำและความผิดปกติทางด้านพฤติกรรมต่างๆตามมา สำหรับมารดาเองที่เสพติดยาบ้า พบว่าประสบอันตรายหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะทำให้ภูมิต้านทานโรคลดลง เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่างๆขณะตั้งครรภ์มากกว่าคนทั่วไปแล้ว หลังคลอดบุตรยังพบภาวะตกเลือดรุนแรงอาจถึงแก่ชีวิต มีหลายรายที่เกิดภาวะวิตกกังวลและซึมเศร้าอีกด้วย

นพ.สรายุทธ์ ชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชธานี กล่าวว่า ยาเสพติดทุกตัวรวมทั้งบุหรี่และสุราล้วนก่อให้เกิดอันตรายและผลร้ายต่อบุตร และมารดาที่ตั้งครรภ์ทั้งสิ้นและจากข้อแนะนำของการประชุมขององค์การสหประชาติสมัยพิเศษว่าด้วยเรื่องยา และสารเสพติดในปี 2559 ที่ผ่านมา ได้แสดงความห่วงใยของการใช้ยาและสารเสพติดในกลุ่มเด็ก, สตรีและหญิงตั้งครรภ์ไว้ว่าเป็นกลุ่มที่ควรให้ความเอาใจใส่เป็นพิเศษ จึงอยากฝากไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ที่ดูแลกลุ่มบุคคลเหล่านี้ เมื่อมารับบริการทางการแพทย์ว่ามีการใช้ยาหรือสารเสพติดหรือไม่ เพื่อจะได้รับความช่วยเหลือในปัญหาดังกล่าวอย่างทันท่วงที และรอดพ้นอันตรายจากผลกระทบทางสุขภาพจากการใช้ยาและสารเสพติดได้ในที่สุด
โดยสถานพยาบาลใดมีข้อคำถามหรือต้องการได้ทราบข้อมูล แนวทางการให้ความช่วยเหลือเมื่อพบผู้ป่วยที่ดูแล  อยู่ใช้ยาและสารเสพติดดังกล่าว สามารถติดต่อมาได้ที่หมายเลข 02-5310080-8 แฟกซ์ 02-5310085 หรือ สายด่วน 1165 ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้อธิบดีกรมการแพทย์ได้กำชับนายแพทย์ชาญชัย ธงพานิช รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น เพื่อลงพื้นที่ติดตามและให้ความช่วยเหลือมารดาทั้งสิบรายต่อไป