ภายหลังจากที่ กรมควบคุมมลพิษ ได้รายงานสถานการณ์ PM2.5 พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประจำวันที่ 20 ธันวาคม ใน พื้นที่ริมถนนอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ 17 พื้นที่ และมีผลกระทบต่อสุขภาพ 2 พื้นที่ ส่วนในพื้นที่ทั่วไปอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ 13 พื้นที่ คาดการณ์ว่าวันที่ 21 ธันวาคม คุณภาพอากาศในพื้นที่ริมถนนจะอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มสูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม >กรมควบคุมมลพิษ แนะปชช.เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละออง PM2.5
>‘อัศวิน’ รับ กทม.เผชิญฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 เกินมาตรฐานจริง เตือนปชช.เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง-สวมหน้ากาก
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พญ.ฉันทนา ผดุงทศ ผู้อำนวยการสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค(คร.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงแนวทางการป้องกันผลกระทบจากการรับฝุ่นละอองเหล่านี้ ว่า ก่อนอื่นที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คือ กลุ่มเสี่ยงมี 2 กลุ่มหลักๆ คือ 1.เด็กเล็ก และผู้สูงอายุ ซึ่งกลุ่มนี้เมื่อได้รับฝุ่นละอองมากๆ ก็จะทำให้เกิดการระคายเคืองได้ และ 2.กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคหืด โรคปอด โรคถุงลมอักเสบ และโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ทั้งสองกลุ่มจำเป็นต้องระมัดระวัง และไม่ควรออกนอกอาคาร อยู่กลางแจ้ง ควรหลีกเลี่ยงดีที่สุด หากจำเป็นควรสวมหน้ากากอนามัยป้องกันโรค แต่หากในกลุ่มผู้ป่วยโรคปอด โรคหัวใจ ฯลฯ กลุ่มนี้ไม่ควรออกช่วงที่ทางกรมควบคุมมลพิษประกาศเตือนจะดีที่สุด แต่หากต้องออกไปและรู้สึกว่าไม่สบายตัว รู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะมีความเสี่ยงโรคกำเริบได้
“อย่างการสวมใส่หน้ากากอนามัย ก็ต้องเลือกที่มีคุณภาพ ที่สามารถกรองอนุภาคฝุ่นขนาดเล็กได้ อย่างหน้ากากที่ระบุว่า N95 แต่ด้วยหน้ากากชนิดนี้อาจทำให้หลายคนสวมใส่แล้วรู้สึกอึดอัด ก็อาจเลือกหน้ากากแบบอื่นแต่ต้องมีคุณสมบัติกรองฝุ่นได้เยอะพอสมควร ให้เป็นแบบคาร์บอนก็ได้ หรือหากไม่มีจริงๆ ใช้ผ้าพัน เหมือนอย่างคนงานก่อสร้างมักใช้ผ้าขาวม้าก็ได้เช่นกัน หรือใส่หน้ากากอนามัยสองชั้นก็ยังดี” พญ.ฉันทนา กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีใช้ผ้าชุบน้ำปิดปากจมูกป้องกันก่อนได้หรือไม่ หากหาไม่ได้จริงๆ พญ.ฉันทนา กล่าวว่า เรื่องนี้มี 2 กลุ่มที่ความเห็นแตกต่าง อย่างนักวิชาการกลุ่มแรกมองว่า ใช้ได้ เพราะน้ำจะไปอุดรูหน้ากากให้ฝุ่นเข้ายาก แต่นักวิชาการอีกกลุ่มก็บอกว่า น้ำจะไปทำให้สารเคมีละลายทำให้เรารับฝุ่นและสารในฝุ่นมากขึ้นไปด้วย ดังนั้น หากเป็นการป้องกันในมุมของตนเอง ก็มองว่าใช้หน้ากากอย่างที่บอก หรือใช้ผ้าธรรมดาป้องกันไว้ก่อนในกรณีฉุกเฉิน แต่ที่อยากให้ระมัดระวังอีกกลุ่มคือ ผู้ทำงานกลางแจ้ง ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร หรือคนขับวินมอเตอร์ไซค์ ต้องมีหน้ากากสวมใส่ด้วยจะดีที่สุด

