‘รพ.เกาะยาวชัยพัฒน์’ กับการแก้ปัญหาส่งต่อ ‘ผู้ป่วยฉุกเฉิน’

7.05.16 | 14:49 น.

โรงพยาบาลเกาะยาวชัยพัฒน์ ตั้งอยู่บนพื้นที่เกาะยาวน้อย จ.พังงา เป็นอีกหนึ่งโรงพยาบาลชุมชนที่มีการบริหารจัดการร่วมกับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างน่าสนใจ…

เห็นได้จากการลงพื้นที่ร่วมกับสถาบันรับรองคุณภาพ สถานพยาบาล (องค์กรมหาชน) หรือ สรพ. นำโดย พญ.ปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ รองผู้อำนวยการ สรพ. เมื่อวันที่ 28-29 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อศึกษาดูงาน รพ.เกาะยาวชัยพัฒน์ ซึ่งเป็น รพ.ชุมชนที่ผ่านมาตรฐาน HA ทั้งๆ ที่เป็น รพ.ขนาดเล็กที่อยู่บนเกาะ มีประชากรไม่มาก การจัดสรรงบประมาณจากภาครัฐก็น้อยนิด แต่จากการบริหารจัดการ การดำเนินงานร่วมกับชาวบ้าน สามารถแก้ปัญหาร่วมกันได้แบบพึ่งพาตนเอง

111
นพ.มนฑิต พูลสงวน

นพ.มนฑิต พูลสงวน ผู้อำนวยการ รพ.เกาะยาวชัยพัฒน์ อธิบายว่า ปัญหาเรื่องงบประมาณสำคัญมาก เพราะทุกวันนี้ได้งบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรืองบบัตรทองเป็นหลัก ซึ่งจัดสรรในรูปของงบเหมาจ่ายรายหัว แต่ด้วยที่พื้นที่บนเกาะยาวมีประชากรเพียง 12,000 คน การได้รับงบก็น้อยไปด้วย เพราะคิดตามประชากร การบริหารจัดการจึงค่อนข้างลำบาก โดยเฉพาะเรื่องการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินไปยังพื้นที่บนฝั่ง ถือเป็นอุปสรรคมาก เนื่องจากตามระเบียบการเบิกจ่ายจะอนุมัติเฉพาะผู้ป่วยในของ รพ.ที่มีภาวะฉุกเฉิน หรือจำเป็นต้องส่งต่อ กล่าวคือ หากผู้ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ และต้องนอนรักษาใน รพ. แต่มีอาการกำเริบรุนแรงจะส่งต่อไปยัง รพ.ขนาดใหญ่ในจังหวัดที่อยู่บนฝั่ง จะสามารถเบิกค่าลำเลียง ค่าพาหนะส่งต่อผู้ป่วยได้ แต่หากกรณีอื่นๆ แม้กระทั่งเจ็บป่วยฉุกเฉินจะไม่สามารถเบิกได้เลย โดยการลำเลียงผู้ป่วยไปยัง รพ.จังหวัดจะต้องส่งผ่านทางเรือสปีดโบ๊ตเท่านั้น เนื่องจากมีความรวดเร็วกว่าเรือทั่วไป แต่ปัญหาคือ ค่าเรือเที่ยวละ 8,000 บาท ซึ่ง รพ.ไม่มีศักยภาพในการจ่ายค่าบริการตรงนี้

“ในอดีตสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เคยให้งบดังกล่าว แต่ปัจจุบันไม่สามารถให้ได้ เนื่องจากถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบว่าไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของกองทุน จึงยกเลิกไป ทาง รพ.เคยร้องขอไปยังกระทรวงสาธารณสุข ก็บอกไม่มีระเบียบอีกเช่นกัน ขณะที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เคยสอบถาม แต่ได้คำตอบว่างบในเรื่องฉุกเฉินนั้นจะรองรับบนพื้นดิน ไม่มีจัดสรรให้กรณีลำเลียงทางเรือ ที่สำคัญกรณีของ รพ.เกาะยาวชัยพัฒน์ยังไม่เป็นไปตามเขตสุขภาพ เนื่องจากจริงๆ ต้องส่งต่อไปยัง รพ.พังงา แต่กลับไปส่งต่อ รพ.วชิระภูเก็ต ซึ่งตรงนี้เราให้เหตุผลว่าเพราะ รพ.วชิระใน จ.ภูเก็ตใกล้ที่สุด หากต้องไปที่ตัว จ.พังงาโอกาสรอดของผู้ป่วยก็จะน้อยลง แต่สุดท้ายก็ไม่มีระเบียบรองรับอีกเช่นเคย” นพ.มนฑิตกล่าว

13170691_704299846378888_2005398454_o

Advertisement

แม้ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขจะมีการจัดสรรเงินช่วยเหลือในรูปของงบเพิ่มเติมสำหรับหน่วยบริการที่จำเป็นต้องให้บริการประชาชนพื้นที่กันดารและเสี่ยงภัย หรือที่เรียกว่าพื้นที่ Hardship โดย รพ.เกาะยาวชัยพัฒน์ได้รับงบ 15 ล้านบาท จากที่ รพ.ติดลบ 20 ล้านบาท ยังขาดอีก 5 ล้านบาท ก็ต้องบริหารจัดการอย่างดีที่สุด เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อการบริการ โดยงบที่ได้ก็ต้องมาจ่ายค่ายา ค่าดำเนินการต่างๆ จึงทำให้ไม่เหลือพอสำหรับค่าเรือส่งต่อผู้ป่วย

“ทางออกคือ รพ.โดยบุคลากรทุกคนลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้านถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ไม่มีเงินช่วยเหลือในการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉิน จึงเกิดการพูดคุยกันในพื้นที่ จนตั้งเป็นกองทุนเฉพาะสำหรับชาวเกาะยาวน้อย เพื่อนำมาช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินขึ้น ซึ่งใน 1 เดือนจะพบประมาณ 10 เคส นอกจากนี้ ชาวบ้านเองก็มีการจัดตั้งหน่วยกู้ชีพ โดยอาสาสมัครคอยช่วยเหลือเบื้องต้น หากไม่รุนแรงมากก็จะส่งผู้ป่วยมา รพ.เกาะยาวชัยพัฒน์ แต่หากรุนแรงวิกฤตก็จะส่งต่อไป รพ.วชิระภูเก็ต” ผอ.รพ.เกาะยาวชัยพัฒน์กล่าว

 

รับมาตรฐานHA

จากความร่วมมือดังกล่าว ส่วนหนึ่งทำให้ รพ.ผ่านการประเมินมาตรฐาน HA แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เนื่องจากยังมีการพัฒนาด้านต่างๆ อาทิ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการช่วยเหลือผู้ป่วย เบื้องต้น หรืออาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ในการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคให้แก่ชาวบ้าน นอกจากนี้ยังมีการซ้อมรับมือสาธารณภัยต่างๆ ทั้งการซ้อมรับสึนามิ แผ่นดินไหว รวมไปถึงการรณรงค์ในพื้นที่เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะการให้สวมหมวกนิรภัย ฯลฯ โดยทั้งหมดทั้งปวงก็เพื่อประชาชนเป็นหลัก

น่าชื่นชมกับการพึ่งพาตนเอง แต่จะดีกว่าหรือไม่ หากได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ…