เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยถึงกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต บริเวณปากซอยหน้าหมู่บ้าน ในพื้นที่ สภ.บางโทรัด ภ.จว.สมุทรสาคร ว่าได้รับรายงานจาก สภ.บางโทรัด ภ.จว.สมุทรสาคร วันที่ 21 ธันวาคม เวลาประมาณ 22.00 น.ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงนายถาวร ปรีงาม อายุ 48 ปี บาดเจ็บและเสียชีวิตระหว่างนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาล เหตุเกิดบริเวณปากซอยหมู่บ้าน หมู่ที่ 3 ต.ชัยมงคล อ.เมือง จ.สมุทรสาคร และคนร้ายหลบหนีไป พนักงานสอบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและผู้ที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ สอบถามพยานซึ่งเป็นมารดาของผู้เสียชีวิต ทราบว่าผู้เสียชีวิตมีปากเสียงทะเลาะกับผู้ก่อเหตุ เรื่องที่ผู้ก่อเหตุขับรถจักรยานยนต์เสียงดังวนไปมาหลายรอบบริเวณซอยใกล้บ้านพัก ผู้เสียชีวิตเกิดความรำคาญจนมีปากเสียงทะเลาะกัน มารดาของผู้เสียชีวิตออกไปห้ามแต่ทันใดนั้นผู้ก่อเหตุชักอาวุธปืนยิงใส่ผู้ตาย และขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป
รองโฆษก ตร.กล่าวว่า คดีนี้อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน มูลเหตุจูงใจการก่อเหตุสันนิษฐานว่าเกิดจากการทะเลาะวิวาทกัน แต่ยังไม่ตัดประเด็นอื่นทิ้งไป ขณะนี้ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับต่อไป ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เร่งจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพราะถือคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ สร้างความตื่นตระหนกให้แก่พี่น้องประชาชน พร้อมกันนี้ได้กำชับผู้บังคับบัญชาทุกพื้นที่ ให้กำหนดมาตรการป้องกันเหตุ เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุร้ายขึ้นอีก โดยหากเกิดเหตุต้องติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดได้โดยเร็ว
“ขอประชาสัมพันธ์เตือนไปยังเยาวชนวัยรุ่นอย่ากระทำการด้วยความคึกคะนอง สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ประชาชน เช่น การแข่งรถในทาง เพราะผิดกฎหมาย ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. อาจเกิดอุบัติเหตุ และสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชน เมื่อเกิดปัญหาแล้วกลับใช้กำลังเข้าตัดสิน โดยไม่คำนึงถึงความสูญเสียกับผู้อื่น และผลกระทบต่อตนเองและครอบครัว เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับสังคม ควรหันมาทำกิจกรรมและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและอนาคตของตนเอง ในกรณีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด พร้อมเข้มงวดการตรวจตรา แก้ปัญหาการแข่งรถในทาง สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ประชาชน เพิ่มความเข้มทั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจค้นรถทุกชนิด จับกุม อาวุธปืน อาวุธสงคราม ยาเสพติด บุคคลตามหมายจับ และสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ เพื่อปัองกันเหตุในลักษณะดังกล่าว”พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว


