อรรถพล แจงยิบปมแจกป่า 5.9 ล้านไร่ เตรียมพิสูจน์สิทธิคนจน เคลียร์นายทุน-นอมินี พ้นป่า

22.12.18 | 16:12 น.

 

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยถึงการแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดิน ภายใต้นโยบายของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) โดยเห็นชอบให้ราษฎรอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าเป้าหมาย 5 กลุ่ม รวม 5.9 ล้านไร่ ว่า การแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่า ไม่ได้เป็นการแจกป่า แต่เป็นการแก้ปัญหาประชาชนที่เข้าอาศัยในพื้นที่ป่ามาเป็นระยะเวลานาน โดยเรื่องดังกล่าว ทส.พยายามดำเนินการต่อเนื่อง เป็นเรื่องคาราคาซังมานานแล้ว โดยการให้ราษฏรถือครองในเขตพื้นที่ป่าเป็นวิธีการการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดและเกิดความยั่งยืน เพราะที่ดินยังคงเป็นที่ดินของรัฐ จะไม่สามารถเปลี่ยนมือ หรือขายพื้นที่ดังกล่าวได้ ภายใต้การรับรองสิทธิของรัฐ เพื่อให้ราษฎรปฏิบัติตามเงื่อนไข กฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ โดยเพื่ออาศัยและการทำกิน และจะต้องตกทอดสู่รุ่นลูกหลานเท่านั้น รวมทั้งการส่งเสริมให้ปลูกป่าเพิ่มขึ้น และห้ามบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติม

นายอรรถพล กล่าวว่า สำหรับกำหนดพื้นที่เป้าหมาย แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ชุมชนในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 3, 4,5 ก่อน มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) 30 มิถุนายน 2541 กลุ่มที่ 2 ชุมชนในเขตป่าสงวนฯ ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 3, 4, 5 หลัง มติครม. 30 มิถุนายน 2541 และต้องปฏิบัติตามคําสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 66/2557 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2557 กลุ่มที่ 3 ชุมชนในเขตป่าสงวนฯ ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และ 2 ก่อน มติ ครม. 30 มิถุนายน 2541 และชุมชนในเขตป่าสงวนฯ ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และ 2 หลัง มติครม. 30 มิถุนายน 2541 และต้องปฏิบัติตามคําสั่งคสช. ที่ 66/2557 กลุ่มที่ 4 ชุมชนที่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ ก่อน และ หลัง มติครม. 30 มิถุนายน 2541 และกลุ่มที่ 5 ชุมชนในพื้นที่ป่าชายเลน ประกอบด้วย พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่เมืองและสิ่งก่อสร้างถาวร โดยระยะเวลาตั้งแต่ 2541-2557 เป็นการกำหนดระยะเวลาของคนที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่แตกต่างกัน ทั้งเรื่องของเวลาและลักษณะพื้นที่ที่มีความลาดชันสูงและลาดชันต่ำ

นายอรรถพล กล่าวว่า ดังนั้น แต่ละพื้นที่เป้าหมายจะมีเงื่อนไขแตกต่างกัน โดยคนที่เข้าไปบุกรุกในพื้นที่นานแล้วจะต้องรักษาพื้นที่เข้มขัน เพราะกลุ่มนี้จะอยู่ในพื้นที่ป่าต้นน้ำ โดยในกติการะบุชัดเจนว่าจะต้องปลูกต้นไม้มากกว่าคนที่อยู่พื้นที่ลุ่มน้ำ 3,4,5 อาจจะร้อยละ 30-50 เพราะถือเป็นพื้นที่ลาดชัน อย่างไรก็ตาม เสียงตอบรับจากประชาชนดีมากแลกกับการรับรองสิทธิเพื่อให้ตนเองได้อยู่อาศัย และทำกินได้อย่างถูกต้อง โดยที่รัฐบาลยังสามารถผลักดันให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ป่าปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้น ส่วนพื้นที่เกษตรกรรม หากต้องการปลูกไม้มีค่า รัฐบาลจะส่งเสริมให้ปลูกด้วย ทั้งนี้ ยืนยันว่าพื้นที่ป่ายังคงเป็นของรัฐเหมือนเดิม ไม่สามารถจำหน่าย ถ่ายโอนได้ ใครผิดเงื่อนไขต้องถูกยกเลิกสิทธิและดำเนินคดี ส่วนประชาชนอยู่ร่วมกับป่าได้ โดยที่จะไม่มีการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติม เพราะมีระบบข้อมูลที่ทำการสำรวจการถือครองสิทธิไว้แล้ว ซึ่งเป็นที่มาของการจำแนกออกเป็น 5 กลุ่มด้วย โดยกลุ่ม 1-3 เป็นของกรมป่าไม้ ส่วนกลุ่มที่ 4 เป็นของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ขณะเดียวกัน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อุทยานฯ อยู่ระหว่างแก้ไขให้อำนาจอธิบดีกรมป่าไม้ เข้าไปบริหารจัดการประชาชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ได้ด้วย

นายอรรถพล กล่าวว่า ทั้งนี้ทั้งนั้น ราษฏรทั้งหมดจะต้องเป็นผู้ยากไร้ที่อยู่มาก่อนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 66/2557 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2557 โดย คทช.จะจัดสรรที่ทำกินให้เฉพาะคนยากไร้เท่านั้น ส่วนคนรวยหรือนอมินีจะต้องถูกดำเนินคดี โดยจะมีหลักเกณฑ์พิจารณากำหนด พร้อมมีคณะกรรมการระดับอำเภอและจังหวัดเป็นผู้คัดกรอง เช่น พิสูจน์ตัวผู้ครอบครองสิทธิปัจจุบันตรงกันหรือไม่ ผู้อาศัยมีการโยกย้ายถิ่นฐานมากจากที่อื่น คนครอบครองปัจจุบันเป็นนอมินีให้นายทุนหรือไม่ ฯลฯ หมายความว่า พื้นที่ป่าดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ประชาชนทำกินอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาทำกินแบบเขาหัวโล้น จนกลายเป็นป่าเสื่อมโทรมอย่างควบคุมไม่ได้ เพราะเป็นพื้นที่ผิดกฏหมาย วิธีการให้คนอยู่ป่าได้อย่างถูกต้อง ภายใต้เงื่อนไขของรัฐ เกิดการสร้างกติการ่วมกัน โดยมีหน่วยงานราชการให้ความช่วยเหลือ อนาคตจะมีการใช้ประโยชน์จากป่าสูงสุด

Advertisement

นายอรรถพล กล่าวถึงข้อสังเกตในการให้สิทธิที่มีการขยายระยะเวลาออกมาถึงปี 2557 ว่า “ต้องเข้าใจว่า การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกินจะต้องข้ามสิ่งที่ผิดกฏหมาย ก้าวข้ามการที่จะต้องมาดำเนินคดีประชาชนเป็นล้านๆ คน ทำไม่ได้ เพราะเป็นผู้ยากไร้ ส่วนพวกนายทุนถูกเคลียร์ออกและถูกดำเนินคดีทั้งหมด พร้อมทวงคืนผืนป่ากลับมา ตามคำสั่ง คสช.ที่ 66/2557 ส่วนหลังจากปีนั้นจนถึงปัจจุบันทุกคนที่ทำผิดกฎหมาย บุกรุกป่าถูกดำเนินคดีทั้งหมด ยืนยันไม่ใช่การให้สิทธิแก่ผู้บุกรุกใหม่ เพราะผู้บุกรุกใหม่หลังปี 2557 ถูกดำเนินคดีแล้ว ไม่ว่ายากจนหรือรวย จับหมด”

นอกจากนี้ นายอรรถพล กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ป่า 5.9 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในเขตอุทยานฯ จะต้องล็อกพื้นที่ไว้ไม่ให้มีขยายพื้นที่ออกไปอีก มีการจัดเก็บรายชื่อ เปลี่ยนแปลงเจ้าของไม่ได้ ทั้งนี้ จากการประมาณการณ์ตัวเลขราษฎรที่จะได้รับที่ดินทำกิน ประมาณ 10 ล้านราย ส่วนกรณีที่ถูกมองว่าเป็นการหาเสียงของรัฐบาลหรือไม่ ส่วนตัวมองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามขั้นตอน ระยะเวลา โดยเรื่องนี้ได้เริ่มทำตั้งแต่มีการตั้ง คทช. เมื่อปี 2558 จากนั้นก็เริ่มดำเนินการมาตามกระบวน และมีเวลาประจวบเหมาะกับช่วงนี้ รวมถึงยังมีเรื่องอื่นที่กรมป่าไม้อยู่ระหว่างดำเนินการ เช่น พ.ร.บ.ไม้มีค่า เป็นต้น.
#