เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จัดประชุมหารือแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ พีเอ็ม 2.5 ร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) กรมการขนส่งทางบก กรมอุตุนิยมวิทยา กรมอนามัย กรมส่งเสริมการเกษตร กรุงเทพมหานคร และสำนักงานสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตปริมณฑล เข้าร่วมประชุม
นายประลอง ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า ทุกปีในช่วงเดือนธันวาคม ถึงช่วงปีใหม่ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และเขตปริมณฑล มักประสบปัญหาฝุ่นละอองมีปริมาณเกินมาตรฐานจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน และเนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวความกดอากาศสูงจากประเทศจีนเข้ามา ทำให้อากาศนิ่ง ท้องฟ้าปิด และฝุ่น pm2.5 มีขนาดเล็ก 1 ใน 20 ของขนาดเส้นผม มีความเบา ไม่สามารถลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าจนเกิดการสะสมในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
นายประลอง กล่าวว่า ปัญหาฝุ่นละออง พีเอ็ม 2.5 โดยร้อยละ 60 มาจากรถยนต์ รถบรรทุก และรถที่ใช้น้ำมันดีเซล คุณภาพเครื่องยนต์ของรถอาจจะเก่า การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ร้อยละ 35 เกิดจากการเผาในที่โล่ง และร้อยละ 5 มาจากแหล่งอื่นๆ ทางคพ.ได้ประสานความร่วมมือกับ บก.จร. ถึงเรื่องการจราจรให้มีความคล่องตัวยิ่งขึ้น การควบคุมรถบรรทุกไม่ให้วิ่งเข้ามาในถนนกรุงเทพชั้นใน ตั้งแต่เวลา 05.00 – 10.00 น. และ 15.00 – 22.oo น. ยกเว้นรถบรรทุกที่ผ่านการอนุมัติชั่วคราว เช่น การขนส่งของในการก่อสร้างรถไฟฟ้า และในส่วนของกรุงเทพฯ ได้ดำเนินการเพิ่มความเข้มข้นของการใช้สเปรย์น้ำฉีดในพื้นที่ และหมั่นทำความสะอาดพื้นถนน
“คาดว่าจากนี้ไปจนถึงช่วงปีใหม่ ค่าฝุ่นละอองจะลดลง เนื่องจากมีประชาชนออกต่างจังหวัดกันเยอะ ทำให้ปริมาณรถในกรุงเทพฯ ลดน้อยลง ประกอบกับรายงานอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาว่าจะมีสภาพอากาศที่ดีขึ้น และในวันที่ 28 ธันวาคมนี้ อาจมีฝนตก ซึ่งจะช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองได้อีกทางหนึ่ง ดังนั้นไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก และอยากให้เที่ยวปีใหม่อย่างสบายใจ” นายประลอง กล่าว
อธิบดีคพ. กล่าวต่อว่า ส่วนในการแก้ปัญหาระยะยาว 1-2 ปี ทางกระทรวงพลังงานจะเริ่มสนับสนุนผู้ประกอบการรถยนต์ในการจำหน่ายน้ำมันอี20 ทดแทนดีเซล ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดฝุ่นละออง pm2.5 รวมทั้งการก่อสร้างรถไฟฟ้าที่น่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยต่อไปจะเปลี่ยนจากระบบล้อเป็นรางมากขึ้น ช่วยลดมลพิษได้อีกทางหนึ่ง ส่วนขณะนี้คพ.และหน่วยงานอื่นๆ จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะกิจไปก่อน เพิ่มมาตรการอย่างเข้มงวด เชื่อว่าในอนาคตปัญหาฝุ่นละอองจะหมดไป หรือถ้ามีก็น้อยมาก
เมื่อเวลา 16.00 น. กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศ พื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล พบว่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับ คุณภาพดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ พบค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 38 – 74 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มก./ลบ.ม.) ซึ่งค่ามาตรฐานอยู่ที่ 50 มก./ลบ.ม. ส่วนพื้นที่ที่เกินมาตรฐาน ได้แก่ บริเวณริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ, ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ, ริมถนนดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ, ต.นครปฐม อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม, ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง สมุทรปราการ, ต.ปากน้ำ อ.เมือง สมุทรปราการ, ต.บางเสาธงอ.บางเสาธง สมุทรปราการ, ริมถนนคู่ขนานพระราม 2 อ.เมือง
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด อย่าตื่นตระหนก กลุ่มคนทั่วไปสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ สำหรับกลุ่มเสี่ยงได้แก่ เด็ก คนชรา หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัว หมั่นสังเกตอาการ หากผิดปกติให้ไปพบแพทย์ โดยประชาชนสามารถติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศทันสถานการณ์ ผ่าน เว็บไซด์ www.air4thai.pcd.go.th และ แอพพลิเคชั่น air4thai

