อะไรคือสาเหตุสำคัญข้าราชการไม่เล่นการเมือง? ‘ปนัดดา’สนทนาผู้เยี่ยมชมวังวรดิศ

26.12.18 | 15:01 น.

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะ ประธานพิพิธภัณฑ์และหอสมุดสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพให้การต้อนรับและสนทนาเยาวชน นักเรียนนายร้อย รร.จปร. นิสิต นักศึกษา คณาจารย์ และประชาชน ผู้เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์และหอสมุดสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ณ วังวรดิศ เมื่อวันก่อน ตอนหนึ่งว่า”แม้ผ่านมาเป็นเวลาหลายปีแล้วก็ตาม ยังจำได้ถึงเมื่อครั้งข้าพเจ้าเข้ารับราชการกระทรวงมหาดไทยและได้รับทุนจากกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐูฯ (The United States Department of State) ไปเรียนที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ศาสตราจารย์ชาวอเมริกันแห่งมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์เคยบรรยายในชั้นเรียนครั้งหนึ่งว่า ‘สาเหตุประการสำคัญที่ทำให้ข้าราชการ (Bureaucrat) ไม่เล่นการเมือง (Playing Politics) ซึ่งน่าจะหมายถึงการเข้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใดๆ และดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งเป็นธรรมดาที่จะมีบางคนมีความคิดเห็นต่างกันออกไป แต่ส่วนใหญ่แล้ว โดยคำนิยาม ข้าราชการเป็นผู้ยึดถือกรอบแห่งความมีระเบียบวินัย (Discipline) สืบทอดกันมา ถูกฝึกอบรมตั้งแต่แรกเริ่มต้นการเข้ารับราชการให้มีระบบเกียรติศักดิ์ คือมี ‘Code of Honour’ และเป็นผู้มี ‘Code of Conduct’ การพูดจาหาเสียงหาคะแนนที่บางครั้งอาจเกินเลยความเป็นจริง เพื่อให้เป็นที่นิยมชมชอบ เข้าลักษณะประชานิยม และการ ‘Propaganda’ ผู้เป็นข้าราชการจะไม่กระทำด้วยไม่มีความถนัดและไม่ใช่อัตลักษณ์ของผู้เป็นข้าราชการ หากแต่ข้าราชการได้รับการฝึกสอนอบรมให้กล่าวต่อสาธารณชนในเรื่องที่ปฏิบัติได้จริง ด้วยความสุขุมรอบคอบ มีความจริงใจ อ่อนน้อมถ่อมตนเสียมาก กล่าวได้ว่า ความกล้าได้กล้าเสีย (Enterprising) จำเป็นต้องมีการพินิจพิเคราะห์อย่างรอบคอบ ต้องให้สิ่งที่กระทำไม่ตั้งอยู่บนความเสี่ยงภัย ประมาท หรือเป็นภยันตรายใดๆ ต่อประเทศชาติและประชาชน แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล สำรวม ความเพียรพยายาม ความซื่อตรง และความพอเพียง ไม่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ตามพระราชดำรัสคำสอน


‘ความเป็นสุภาพชนและความซื่อสัตย์สุจริตของผู้เป็นข้าราชการ’ ถือเป็นข้อควรคำนึงอันดับแรกที่ทุกคนหรือหลายๆ คนจะมุ่งมั่นปฏิบัติ เพื่อมุ่งหวังให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเกียรติคุณที่เป็นเลิศ มีความเรียบร้อยตามวัตถุประสงค์ขององค์กรที่ตนสังกัดและจะเกษียณอายุราชการลงที่นี่ นี่คือที่มาที่ไปของคำกล่าวขานเปรียบเทียบระหว่างคำว่า ‘ข้าราชการ’ และ ‘ฝ่ายการเมือง’ นิยามในความหมายของคำว่า ‘ข้าราชการ’ ที่ยังคงใช้เป็นคำอธิบายมาตราบจนปัจจุบัน”