ผุด 30 ทีมวิศวกรปฏิบัติการ 24 ชม.รับมือพายุฤดูร้อนในโรงพยาบาลสังกัด สธ.ทั่วไทย

8.05.16 | 14:56 น.

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม นพ.ธงชัย กีรติหัตยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า จากการประเมินสถานการณ์พายุฤดูร้อนในปีนี้ มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ล่าสุดที่โรงพยาบาล (รพ.) อุดรธานี ได้รับความเสียหายหลายจุด สบส.ได้ส่งทีมวิศวกรโยธา และวิศวกรรมเครื่องมือแพทย์จากส่วนกลางและสำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพเขต 8 จ.ขอนแก่น ลงไปประเมินความปลอดภัยอย่างเร่งด่วน ทั้งในเรื่องของอาคารบริการ และเครื่องมือแพทย์ ขณะเดียวกัน สบส.ได้วางแผนความพร้อมการรับมือเหตุฉุกเฉินทุกประเภท ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่าในช่วงวันที่ 8-12 พฤษภาคมนี้ พายุฟ้าคะนองจะเพิ่มความรุนแรงขึ้นที่ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ กลาง และตะวันออก โดยตั้งทีมวิศวกร 30 ทีม ประกอบด้วยวิศวกรโยธา และวิศวกรรมเครื่องมือแพทย์ ในส่วนกลาง 6 ทีม และส่วนภูมิภาค ใน 12 เขตบริการสุขภาพ ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ อีก 24 ทีม พร้อมให้การสนับสนุนโรงพยาบาลในสังกัด สธ.ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้โรงพยาบาลมีความมั่นคงปลอดภัย มีประสิทธิภาพต่อการให้บริการรักษาพยาบาลประชาชน

นพ.ธงชัย กล่าวว่า ในส่วนของทีมวิศกรฉุกเฉินนี้จะตรวจประเมินความปลอดภัยก่อนเกิดเหตุ เพื่อป้องกัน ลดผลกระทบให้ได้มากที่สุดและมีความพร้อมใช้งาน และภายหลังเกิดเหตุ เพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็วที่สุด โดยวิศกรโยธานั้น จะดูแลด้านการตรวจประเมินความปลอดภัยของอาคารบริการของโรงพยาบาลทุกระดับ ตรวจสอบจุดที่มีความเสี่ยงต่างๆ รวมทั้งลงตรวจประเมินความเสียหายและซ่อมแซมฟื้นฟูสถานที่ ในส่วนของทีมวิศกรรมเครื่องมือแพทย์ จะเน้นทำงาน 3 ส่วนหลักในการให้บริการประชาชน ได้แก่ การตรวจสอบประสิทธิภาพเครื่องมือแพทย์ต่างๆ ตรวจสอบระบบไฟฟ้าสำรองของโรงพยาบาล และระบบเครื่องมือสื่อสาร ซึ่งใช้ในการประสานงานการส่งต่อผู้ป่วยใช้รักษาทางไกล หรือใช้สำรองหากโทรศัพท์ทั่วไปไม่สามารถใช้การได้ โดยสถานพยาบาลสามารถติดต่อประสานงานที่สำนักงานสนับสนุนเขตสุขภาพ ทั้ง 12 แห่ง ตลอด 24 ชั่วโมง

“จากการประเมินผลกระทบจากพายุฤดูร้อนที่เกิดในช่วงนี้ พบว่าส่วนใหญ่จะมีปัญหาฝ้าเพดานพังโดยในส่วนของโรงพยาบาลในสังกัด สธ.มักจะพบในอาคารรุ่นเก่าๆ จึงได้ให้กองแบบแผนปรับการออกแบบก่อสร้าง โดยอาคารรุ่นใหม่ทั้งหมดจะให้ใช้เป็นฝ้าเพดานแบบเรียบทั้งหมด ซึ่งจะมีความปลอดภัยกว่ากว่าการใช้แบบทีบาร์ ในส่วนของบ้านเรือนประชาชนก็เช่นกัน หากจะติดฝ่าเพดาน ขอให้ใช้แบบเพดานเรียบ สามารถทนต่อแรงลมได้ และหากบ้านใดที่ติดฝ่าเพดานแบบทีบาร์แล้ว ในช่วงที่เกิดลมพายุ ขอให้ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด จะช่วยป้องกันไม่ให้ลมเข้าไปดันฝ่าเพดานได้” นพ.ธงชัย กล่าว