ม.รังสิตรวมพลคนกัญชาร้องป.ป.ช 28 ธ.ค.เอาผิดอธิบดีกรมทรัพย์สินฯ ลั่นพรรคไหนไม่หนุนไม่เลือก!!

27.12.18 | 16:18 น.

ม.รังสิตรวมพลคนกัญชา เตรียมระดมคนเข้าร้องป.ป.ช 28 ธ.ค.เอาผิดอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา

ค้านกฎกระทรวง อย.ออกกฎเข้มปลูกโรงเรือน ชี้แคนาดาเปลี่ยนปลูกกลางแจ้งแล้ว ด้านม.แม่โจ้เตรียมเปิดหลักสูตรกัญชงศาสตร์ให้ความรู้รอบด้าน โวยประกาศกระทรวงตัดสิทธิชาวบ้าน ผู้ป่วยปลูก ด้านรจนา ชี้ต้องให้กัญชาออกจากยาเสพติดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 ธันวาคม ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต นายปานเทพ พัวพงศ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย นายคมสันต์ โพธิ์คง อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.รังสิต น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) และศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) พร้อมด้วยเครือข่ายประชาสังคมกัญชาเพื่อการแพทย์สำหรับประชาชนกว่า 100 คน ร่วมแสดงจุดยืนเรียกร้องขอความเป็นธรรมสิทธิบัตรกัญชาที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย และทวงถามความรับผิดชอบของรัฐบาล

นายปานเทพ กล่าวว่า จากกรณีที่สนช.ผ่านร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ ซึ่งให้กัญชาและกระท่อมใช้ทางการแพทย์ได้นั้น จริงๆ ไม่ได้ก่อประโยชน์กับคนไทย แต่เป็นการเอื้อประโยชน์นายทุน เนื่องจากปัญหาสิทธิบัตรที่ยังค้างอยู่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ทั้งๆที่ภาคประชาสังคมมีการเรียกร้องขอให้ยกเลิกสิทธิบัตรก่อนที่จะผ่านร่างกฎหมาย ขณะที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาก็นิ่งเฉย เพราะก่อนหน้านี้เคยเข้าไปยื่นหนังสือและขอให้ยกเลิกสิทธิบัตรที่เป็นปัญหาทั้งหมดภายใน 15 วัน ซึ่งในวันนี้(27 ธ.ค.) ครบกำหนดเวลาแต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบ ดังนั้น ในวันที่ 28 ธันวาคม เวลา 10.00 น.พวกตนและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องจะรวมตัวกันไปร้องเรียนที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เพื่อเอาผิดด้านจริยธรรมกับ นายทศพล ทังสบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่นิ่งเฉย ละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ที่สำคัญไม่ปกป้องคนไทย โดยให้เครือข่ายทั้งหลายไปรวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียง

นายปานเทพ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ล่าสุดแม้จะมีข่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.) จะมีการชะลอการจดสิทธิบัตรกัญชาออกไปก่อน แต่จริงๆไม่เป็นผล เพราะต้องยกเลิกสิทธิบัตรเลย รวมถึงหากจะใช้ม.44 อาศัยอำนาจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ก็ไม่เหมาะสม เพราะไม่เป็นการยอมรับในระดับโลก และจะกลายเป็นปัญหาในการต่อสู้หากไปถึงศาลอนุญาโตตุลาการ แต่ที่เป็นปัญหาตอนนี้ ทราบมาว่ามีความขัดแย้งภายในครม.เกี่ยวกับเรื่องกัญชา เนื่องจากอีกฝ่ายอยากให้คำขอสิทธิบัตรกัญชาของต่างชาติผ่านได้ แต่อีกกลุ่มอยากสนับสนุนนายทุนภายในประเทศ ซึ่งอยากให้เลิกขัดแย้งกัน เพราะอยากให้มองที่ประชาชนคนไทยมากกว่า ไม่ใช่มองที่นายทุน ที่ผ่านมาทางกลุ่มเคยไปเรียกร้องและสอบถามนโยบายของ 6 พรรคการเมือง คือ พรรคเพื่อไทย(พท.)พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พรรคอนาคตใหม่ พรรคภูมิใจไทย พรรคสามัญชน พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ซึ่งได้รับการตอบกลับแค่ ปชป.เท่านั้น

Advertisement

“สำหรับพรรคการเมืองที่ยังไม่ตอบรับ เราถือว่าไม่มีนโยบายกัญชาเพื่อประชาชน ซึ่งเรื่องนี้ขอย้ำว่า ไม่มีสีเสื้อ เพราะเป็นของประชาชนภาพรวม เป็นประโยชน์โดยแท้ ดังนั้น หากพรรคใดไม่สนับสนุน ขอให้ประชาชนตัดสินว่า ไม่ควรเลือกพรรคนั้น แม้แต่พปชร. ก็ยงไม่ตอบรับ ขนาดไปยื่น ก็ไม่มีตัวแทนมาเลย ขอให้ประชาชนทุกคนไปร่วมตัดสินกันในวันเลือกตั้ง ว่าควรเลือกใคร” นายปานเทพ กล่าว และว่า หากต้องไปพรรคพปชร.อีก ก็อยากขอพบทั้งนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และเลขานุการพปชร. รวมทั้งนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) ว่าจริงๆ เรื่องไปเยี่ยมบริษัทต่างชาติที่ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริษัทยื่นขอจดสิทธิบัตรในไทยมากที่สุด แท้จริงคืออะไรกันแน่ ทั้งนี้ ขอย้ำว่า หากพรรคไหนไม่ครองใจประชาชน อย่าไปเลือก

นายคมสันต์ กล่าวว่า จากนี้กระบวนการทางกฎหมายจะเริ่มในเดือนมกราคม โดยจะฟ้องต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศ และศาลปกครองกลาง และอาจจะขอให้พิจารณาไต่สวนฉุกเฉินเร่งด่วน เพื่อให้คุ้มครองคนไทย โดยยกเลิกคำขอสิทธิบัตรกัญชาจากต่างชาติทั้งหมดประมาณ 32 คำขอ เพราะเข้าข่ายผิดพ.ร.บสิทธิบัตร พ.ศ.2522 ทั้งเรื่องการผลิตที่ไม่ใช่สิ่งใหม่ และยังเป็นสารธรรมชาติที่ไม่สามารถจดสิทธิบัตรได้ ที่สำคัญคือยังเป็นยาเสพติดอยู่ ซึ่งผิดกฎหมาย ไม่ควรมีการยื่นขอตั้งแต่แรก แต่กรมทรัพย์สินทางปัญญากลับผ่านการพิจารณา

น.ส.รสนา กล่าวว่า จริงๆแล้วร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯในเรื่องกัญชาที่สนช.ผ่านการพิจารณานั้น ยังกำหนดให้กัญชาเป็นยาเสพติดอยู่ แต่จริงๆ ควรปลดออกจากยาเสพติดและให้อยู่ในกลุ่มวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ซึ่งมีการควบคุมอยู่ดี ที่สำคัญกัญชา เป็นเหมือนพืชยาที่อยู่กับคนไทยมานาน คล้ายๆกระเพรา โหระพา แต่เราไปออกกฎให้กัญชาเป็นสิ่งผิดกฏหมาย ทั้งที่มีประโยชน์การแพทย์จำนวนมาก

 

ศ.พิเศษ วิชา กล่าวว่า สิ่งสำคัญต้องเซ็ตซีโร่คำขอสิทธิบัตรกัญชาทั้งหมด โดยต้องให้เริ่มนับหนึ่งใหม่เหมือนนักวิจัยไทย ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นเอื้อต่างชาติ แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ การออกฎกระทรวงที่กำลังดำเนินการอยู่ เพราะจะมีการเข้มงวด เพราะไม่ให้ผู้ป่วยปลูกใช้ในการรักษาโรค

ด้าน นพ.สมยศ กิตติมั่นคง อดีตแพย์ประจำกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้อย.ได้จัดทำประกาศกระทรวงฯ ซึ่งเข้มงวดมากในเรื่องการปลูกกัญชา โดยระบุให้ปลูกแต่ในโรงเรือนระบบปิดและต้องขออนุญาต ในขณะที่แคนาดาเปลี่ยนการปลูกแล้วให้เป็นการปลูกกลางแจ้ง เพราะแสงแดดมีผลต่อสารและสรรพคุณสำคัญของกัญชา ที่สำคัญลดต้นทุนได้ ดังนั้น เรื่องประกาศกระทรวงฯต้องจับตามองให้ดี เพราะจะไม่ให้ผู้ป่วยได้ปลูกใช้ในการรักษาเอง