กรมอุทยานฯ ผนวก กรมป่าไม้ เพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 25% กว่า 2 ล้านไร่

27.12.18 | 17:36 น.

วันที่ 27 ธันวาคม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่าปัจจุบันประเทศไทย มีพื้นที่ป่าไม้ทั้งสิ้น 102.3 ล้านไร่ จากเนื้อที่ประเทศไทย 323 ล้านไร่ ประกอบด้วยพื้นที่ป่าอนุรักษ์ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จำนวน 73.6 ล้านไร่ ได้แก่ พื้นที่อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า สวนพฤกษศาสตร์ สวนรุกขชาติ กระจายอยู่ทั่วประเทศ ดังนั้น การที่รัฐบาลจะเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ให้ได้ร้อยละ 25 จากเนื้อที่ประเทศไทย ซึ่งเท่ากับจำนวน 80.75 ล้านไร่ ก็จะต้องมีการเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ขึ้นอีกราว 7.15 ล้านไร่ ทั้งนี้ตามวิสัยทัศน์ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ โดยการเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ให้ได้ร้อยละ 25% ภายในปี พ.ศ. 2569

 

 

“ปรากฏว่าในสมัยรัฐบาลปัจจุบัน ได้ดำเนินการตามขั้นตอนการประกาศพื้นที่ป่าอนุรักษ์ มาตั้งแต่ปี พ.ศ 2558 จนกระทั่งสามารถประกาศพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพิ่มขึ้นแล้ว จำนวน 27 แห่ง มีเนื้อที่รวมกัน 2,167,677 ไร่ โดยแบ่งเป็น อุทยานแห่งชาติ จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกิน อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จ.น่านอุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย จ.สระบุรี อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ จ.เชียงใหม่ อุทยานแห่งชาติธารเสด็จ-เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากะทูน จ.นครศรีธรรมราช เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูขัด จ.พิษณุโลก พื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่า จำนวน 19 แห่ง ประกอบด้วย เขตห้ามล่าสัตว์ป่าดอยอินทรีย์ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเวียงเชียงรุ้ง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเชียงแสน เขตห้ามล่าสัตว์ป่าแม่โท เขตห้ามล่าสัตว์ป่าดอนศิลา จ.เชียงราย เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาภูหลวง จ.นครราชสีมา เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ้านโฮ่ง จ.ลำพูน เขตห้ามล่าสัตว์ป่าภูฟ้า จ.น่าน เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพนมทอง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าสองแคว จ.พิษณุโลก เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองเล็งทราย เขตห้ามล่าสัตว์ป่าขุนน้ำยม จ.พะเยา เขตห้ามล่าสัตว์ป่าภูสันเขียว จ.อุตรดิตถ์ เขตห้ามล่าสัตว์ป่านันทบุรี จ.เชียงใหม่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าลุ่มน้ำปายฝั่งซ้าย จ.แม่ฮ่องสอน เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงละหาน จ.ชัยภูมิ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าช้างผาด่าน จ.แพร่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาวงจันแดง จ.สระบุรี เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาไชยราช จ.ประจวบคีรีขันธ์ และผนวกพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเพิ่มเติมอีก 1 แห่ง ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง จ.สงขลา”อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ กล่าว

Advertisement

นายธัญญา กล่าวว่า ทั้งนี้ล่าสุดกรมป่าไม้ได้มีหนังสือให้ความเห็นชอบ เพื่อให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติซึ่งยังคงมีสภาพป่าที่สมบูรณ์ เพื่อประกาศเป็นเขตป่าอนุรักษ์ทั้งสิ้น จำนวน 8.47 ล้านไร่ โดยขั้นตอนการประกาศจัดตั้งพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ซึ่งประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ (คปป.) ในระดับจังหวัด ก่อนเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพิจารณาให้ความเห็นชอบ หลังจากนั้นจึงเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติหลักการ แล้วส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมาย ก่อนประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายตามลำดับ ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานกำกับการผนวกเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เพื่อเร่งรัดให้การประกาศเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 25% สามารถบรรลุตามวัตถุประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคณะทำงานฯได้กำหนดแผนงานการประกาศพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ (ใหม่) จำนวน 4 แห่ง ผนวกเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ 79 แห่ง ผนวกเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จำนวน 31 แห่ง ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า (ใหม่) จำนวน 114 แห่ง ผนวกเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า จำนวน 14 แห่ง ซึ่งทั้งหมดนี้ดำเนินการภายใต้นโยบายและการกำกับของ พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า การเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 25% เป็นการดำเนินการตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ. ศ. 2560-2579) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) ส่วนที่ 4 ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ยุทธศาสตร์ที่ 4 การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป้าหมายที่ 1 รักษาและฟื้นฟูฐานทรัพยากรธรรมชาติ ตัวชี้วัด 1.1 สัดส่วนพื้นที่ป่าเป็นร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศ แบ่งเป็นพื้นที่ป่าเพื่อการอนุรักษ์ร้อยละ 25 และพื้นที่ป่าเศรษฐกิจร้อยละ 15 พื้นที่ป่าชายเลนเพิ่มจาก 1.53 ล้านไร่ เป็น 1.58 ล้านไร่ พื้นที่ปลูกและฟื้นฟูป่าต้นน้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งการเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ จะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการคุ้มครองทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเมื่อพื้นที่ส่วนหนึ่งดังกล่าวข้างต้นได้รับการประกาศจัดตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติแล้ว ยังสามารถพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวให้กับชุมชนที่อยู่โดยรอบ เป็นการส่งเสริมกลไกทางเศรษฐกิจให้กับท้องถิ่น และสามารถนำเงินรายได้อุทยานแห่งชาติ หรือเงินรายได้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าส่วนหนึ่ง ไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนการนำเงินรายได้ฯไปพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครอง ดูแล รักษา ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ได้อย่างยั่งยืนในอนาคต